แมวกับคน : เรื่องของแมวที่คนรักและคนที่รักแมว

บันทึกถอยหลังถึงแม่อ้วนลูกป๋า (2)

27 May 2009

แม่อ้วนลูกป๋าอายุ 14 ปี เวลา 14 ปีนั้นไม่น้อยเลย ไม่ว่า 14 ปีของแมวหรือคน ระหว่างเริ่มต้นจนถึงสุดท้ายมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย 14 ปีที่แม่อ้วนอยู่กับมามี้และป๋า 12 ปีที่อยู่กับน้องน้ำหวาน มีเรื่องราวความสุขสนุกสนานเกิดขึ้นมากมาย
ปีแรกที่น้องน้ำหวานเกิด เมื่อกลับจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน แม่อ้วนถูกแยกให้ไปอยู่ในส่วนหลังบ้าน ประกอบด้วยห้องหลังบ้านที่เป็นครัวด้วย ยาวเท่ากับตัวบ้านประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 3 เมตร และห้องกินข้าวกว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ทั้งสองห้องทะลุถึงกัน แม่อ้วนอยู่ส่วนนี้ เพราะมามี้กลัวว่าจะเป็นอันตรายแก่น้อง เช่น แม่อ้วนอาจข่วน ขนแม่อ้วนร่วง อาจมีเชื้อโรค ฯลฯ สารพัดจะกลัว

บันทึกถอยหลังถึงแม่อ้วน (1)

26 May 2009

เมื่อ 14 ปีที่แล้วแม่อ้วนยังเป็นลูกแมวขนฟู อายุอย่างมากก็สองเดือน มาร้องอยู่ที่ข้างกำแพงบ้านป๋าซึ่งต่อมาเป็นบ้านแม่อ้วนด้วย ร้องอยู่หนึ่งคืน ตอนนั้นป๋ายังไม่ได้รักแมว เพราะป๋ายังรักหมาที่เป็นเพื่อนแท้เมื่อตอนเด็กที่บ้านนอก แต่ป๋าก็ไม่ได้เลี้ยงหมา ป๋าอยู่กับมามี้สองคน ในบ้านมีจิ้งจกและแมลงสาปหลายฝูง
ป๋ารำคาญเสียงแม่อ้วนเหมือนกัน ลูกแมวอะไรร้องทั้งคืน ตอนเช้าก่อนไปทำงานป๋าไปเดินดูข้างกำแพง เห็นแม่อ้วนนอนตาแป๋วมองมาที่ป๋า ป๋าเลยบอกว่า ถ้ากลับมาตอนเย็นยังอยู่ จะเลี้ยงนะ

ป๋าดอน

10 November 2008

ป๋าดอนเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย ผิวคล้ำ หน้าตาคมสันออกทางแขกหน่อยๆ จะว่าเข้าข่าย Dark Tall man and Handsom ก็ไม่ผิด ที่เรียกป๋าดอนนี้เพราะเป็นป๋าของแมวๆ ส่วนจะเป็นป๋าของหนูๆด้วยหรือไม่นั้นอันนี้ไม่ทราบจริงๆ
ผมรู้จักกับป๋าดอนก่อนที่จะเลี้ยงแม่อ้วนซึ่งเป็นแมวตัวแรก ป๋าดอนเป็นเพื่อนรุ่นน้องหลายปีอยู่ ทำงานหนังสือพิมพ์ด้วยกัน ฝีมือในการข่าวนั้นไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะข่าวในเชิงสืบสวนสอบสวนนั้นป๋าดอนก็ไม่น้อยหน้าผู้ใด ฝีมือการเขียนก็ใช่ย่อย ลีลาลวดลายไม่แพ้คำพูดเลยทีเดียว

ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก

10 November 2008

ไอ้เกเรเป็นแมวสีนน้ำตาลเข้ม ตัวใหญ่ แข็งแรง และมีนิสัยเกเรชอบไล่กัดแมวตัวอื่น เป็นแมวจรมาจากไหนไม่รู้ อยู่ๆก็โผล่มา เป็นนักเลงใหญ่ แสดงความป่าเถื่อนจนแมวที่บ้านแตกกระเจิง
แรกๆนั้นนานๆผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ต่อมาก็มาบ่อยขึ้น ป้วนเปี้ยนอยู่นานขึ้น ยิ่งนานก็ยิ่งแสดงการรุกล้ำสิทธิของผู้ที่อยู่ก่อน ด้วยการยึดครองดื้อๆ ตอนที่คนไม่อยู่ พอคนกลับบ้านค่อยหนีห่างไป

ทาโร่ ซามูไรแม่ลูกอ่อน

10 November 2008

ความรักของแม่นั้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ก็เป็นไปอย่างเดียวกัน นั่นคือ แม่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อลูก แม้แต่ชีวิตของตัวเองก็ยอมสละเพื่อลูกได้ ข้อนี้ไม่ใช่คำพูดที่มุ่งหมายจะยกย่องแม่เกินเหตุ หรือเป็นเชิงเปรียบเทียบ
ชีวิตของแม่นั้นย่อมพร้อมที่จะสละเพื่อลูก นี่เป็นความจริง เว้นแต่แม่ที่เป็นพวกกลายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมในทางตรงกันข้ามซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น
เรื่องความรักของแม่จึงมีเล่าขานไม่สิ้นสุด ดังเรื่องของท่าโร่ที่จะเล่าต่อไปนี้ ซึ่งเกิดขึ้นนานมาแล้ว

ศึกแม่ลูกอ่อน

10 November 2008

แม่เสือออกลูกมาสามตัว มีลายเสือสองตัวและขาวดำหนึ่งตัว เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด จนลูกทั้งสามอ้วนท้วนสมบูรณ์ ขนเป็นมัน เวลากินนมก็เบียดกันดูดเต้าเรียงแถวเป็นระเบียบ แม่เสือนอนให้นมลูกอย่างสบายอุรา
เมื่อคนเดินเข้าไปดู ลูบตัวเจ้าลูกแมวทั้งสาม แม่เสือผงกหัวขึ้นมามอง พอรู้ว่าเป็นคนเลี้ยงก็กลับไปนอนอย่างสบายอารมณ์ต่อไป ปล่อยให้คนดูด้วยความสะดวก

มาด้วยกัน ไปด้วยกัน

10 November 2008

แม่เสือเป็นแมวสาวอีกตัวหนึ่งที่ชอบเดินทางผจญภัย ก่อนนี้แม่เสือก็เป็นแมวจรมาจากถิ่นอื่นมาอาศัยอยู่ที่บ้านแมวของเราจนเป็นขาประจำ เมื่อช่วงกลางปี 2547 แม่เสือออกจากบ้านไปผจญภัยอีก หายไปนานร่วมสาม-สี่เดือน นึกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่จู่ๆในวันหยุดวันหนึ่งเธอก็กลับมาร้องเหมียวๆอยู่ที่บริเวณศุนย์อาหารแมว เพื่อนแมวที่ยังอยู่บ้านต่างเข้ารุมล้อม ดมแลกกลิ่นกันฟุดฟิด บางตัวก็เอาสีข้างถูไถแม่เสือ บางตัวดูอยู่ห่างๆด้วยความสนใจ คงรอคิวที่จะเข้าไปทักทาย

บุญมา : บุญพามาแล้วบุญพาไป

10 November 2008

จู่ๆก็มีแมวมาร้องอยู่ข้างกำแพงนอกบ้าน ในดงสวนที่ปลูกไว้ ร้องเหมียวๆเหมือนเรียกให้คนไปรับ คนที่ได้ยินเสียงแมวร้องก่อนคือแม่น้ำหวาน ผู้เป็นเจ้านายของบ้าน
“พ่อๆ เสียงลูกแมวร้องอยู่ในดงดิบของพ่อน่ะ สงสัยใหม่มาอีกแน่ะ”
แม่น้ำหวานโผล่หน้าเข้าบ้านมาร้องบอกพ่อ นำเสียงตื่นเต้นนิดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว

บ้านของแมว : คำนำจากผู้เขียน

10 November 2008

ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อปี 2539 เพราะเลี้ยงแมวด้วยความบังเอิญมาได้ปีเศษแล้วได้พบว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักที่สุดในโลก
ค่อยๆเขียนไป เลี้ยงแมวไป ด้วยความสุข เขียนแล้วให้เมียอ่าน เมียบอกว่าสนุกใช้ได้ จึงมีกำลังใจ เขียนไปเรื่อยๆตามแต่อารมณ์และความรู้สึก บวกความขยัน ซึ่งอย่างหลังไม่ค่อยจะมีเท่าใดนัก
แล้วจู่ๆผมก็หยุดเขียนเมื่อปี 2540 ไม่ใช่ช็อคเพราะค่าเงินบาทลดลงจมโคลน หรือตกใจเพราะเศรษฐกิจดิ่งเหว เป็นโรคต้มยำกุ้ง

บ้านของแมว ๑ : ต้นตระกูลแมว

10 November 2008

โบราณท่านว่าไว้ มีสัตว์สองเท้าสี่เท้าเข้าบ้านนับเป็นลางดี เลี้ยงเขาไว้ ดูแลเขาให้เหมาะแล้วจะมีโชค จะอยู่เย็นเป็นสุข ข้อหลังที่ว่าเป็นสุขนั้นสองภรรยาหนุ่มสาวยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ก็มีความทุกข์คู่กันมาด้วย เห็นชัดตอนที่ได้แม่อ้วนเข้าบ้าน
แม่อ้วนที่ว่านี้ก็คือแมว ตอนที่มาอยู่ด้วยวันแรกนั้นยังเป็นลูกแมวตัวเล็กๆ อายุคงสักสิบวันเห็นจะได้ เดินก็ยังไม่แข็งแรงด้วยซ้ำ ตัวเล็กขนาดเข้าไปนอนในรองเท้าได้นั่นแหละ

บ้านของแมว ๒ : แมวนักซิ่ง

10 November 2008

คนตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่ง บางวันเกือบหกโมงเช้า จัดการเรื่องต่างๆจนเรียบร้อยจึงออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง หลังจากแม่อ้วนมาอยู่ด้วยก็มีกิจกรรมพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือปิ้งปลาทูคลุกเข้าให้กิน ก่อนออกจากบ้านต้องเทนมใส่จาน ตักน้ำใส่ถ้วยวางไว้ใต้ต้นมะม่วง คลุกข้าวใส่จานวางไว้ใกล้ๆอีกหนึ่งจาน เผื่อหิวขึ้นมาแม่อ้วนจะได้กิน
ปลาทูปิ้งด้วยเตาปิ้งไฟฟ้า เตาที่ว่านี้ภรรยาซื้อมาไว้ปิ้งขนมปังกินกับกาแฟ นอกจากนี้ยังปิ้งย่างอาหารอื่นได้อีก แต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็ถูกยึดไปปิ้งปลาทูเสียก่อน ทอดให้ก็ไม่กิน ชอบแบบปิ้งอย่างเดียว สามียืนยันกับภรรยาว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะปลาทูปิ้งกลิ่นหอมน่ากินและอร่อยกว่า ซึ่งได้ทดสอบมาแล้วด้วยตนเอง

บ้านของแมว ๓ : คู่รักคู่แค้น

10 November 2008

บ้านตรงข้ามเลี้ยงหมา คุณยายเจ้าของบ้านอยู่กับคุณตา พร้อมลูกและหลานอีกหลายคน หลานคนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อหนูอ๋อม เมื่อสองสามีภรรยาหนุ่มสาวย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ หนูอ๋อมอายุสามสี่ขวบ ช่างสงสัย ชอบถามโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา
คุณยายชอบเลี้ยงหมา แต่หมาไม่ค่อยอายุยืนนัก พอเลี้ยงโตเป็นหนุ่มเป็นสาวก็มีอันเป็นไปทุกตัว ด้วยเหตุที่มันชอบวิ่งออกไปถนนใหญ่กลางหมู่บ้านจึงถูกรถทับตาย ทั้งๆที่คุณยายก็พยายามดูแลเป็นอย่างดี แต่พอเผลอเข้าหน่อยเท่านั้นแหละ หมาหนุ่มวิ่งไปให้รถทับเสียแล้ว

บ้านของแมว ๔ : ลูกรักลูกชัง

10 November 2008

แม่อ้วนพี่น้องครอกเดียวกันอีกสองตัว สีน้ำตาลเข้มเหมือนกัน สวมถุงเท้าสีขาวเหมือนกัน ต่างกันตรงที่แม่อ้วนมีแถบสีขาวจากบริเวณใต้คางไปจนถึงท้อง อีกตัวปากด้านบนบริเวณจมูกสีขาว ตัวนี้ได้ชื่อว่าเจ้าหน้าด่าง อีกตัวหนึ่งสีน้ำตาลเข้มทั้งตัว มีสีขาวตรงเท้าเท่านั้น ยังไม่ทันจะตั้งชื่อก็หายไปตอนอายุสักสามสี่เดือน
หน้าด่างเป็นแมวเพศผู้ อยู่กับแม่พร้อมเจ้าตัวสีเข้ม ทั้งสามตัวแม่ลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน ลูกจะคลอเคลียอยู่กับแม่ไม่ห่าง พอตัวสีเข้มหายไป เจ้าหน้าด่างก็ยังอยู่กับแม่เหมือนเดิม

บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง!

10 November 2008

แม่อ้วนชอบไล่ปล้ำกับเจ้าหน้าด่างแต่ก็ไม่บ่อยนัก ส่วนมากแล้วจะเล่นอยู่ตามลำพัง ถึงตอนอารมณ์ดีจะวิ่งกระโดดหยองแหย็งไปทั่วบ้าน ที่ชอบทำที่สุดก็คือ วิ่งไปอย่างเร็วแล้วเบรกกะทันหันให้เท้าไถไปกับพื้น จากนั้นก็ล้มลงพลิกตัวหงายท้องหนึ่งตลบจึงลุกขึ้นวิ่งกลับ บางครั้งเบรกแตกไถลไปชนประตูกระจกเสียงดังตึง พอเจอแบบนี้เข้าเป็นต้องทำท่างุนงงทุกทีไป เดินออกมานั่งแผละลงกลางบ้าน สลัดหัวแล้วเลียทำความสะอาดเนื้อตัว เหมือนเป็นการแก้เขิน

บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว

10 November 2008

เห็นรูปแล้วใครๆก็ว่าสวย ขนสีน้ำตาลเรียบเป็นมัน จมูกสีดำ ใบหน้าสีน้ำตาลเข้ม ตาสะท้อนแสงแฟลชเห็นในรูปเป็นสีเขียวมรกต หนวดสีขาวตัดกับสีขนมองเห็นเด่นชัด ใต้คางสีขาวไล่ยาวไปจนถึงท้อง เท้าทั้งสี่สีขาวยาวมาจนถึงเกือบครึ่งแข้ง มองดูเหมือนใส่ถุงเท้าสีขาวไม่มีผิด เจ้าของร้านล้างอัดรูปถึงกับเอ่ยปากขอไว้รูปหนึ่ง คนเลี้ยงรู้สึกเป็นปลื้มไปหลายวัน
“เขาบอกว่าจะเอาไว้ติดหน้าร้าน” คนพูดน้ำเสียงภูมิใจขณะบอกสามี พลางเปิดดูรูปแมวในอัลบั้มเป็นรอบที่เท่าไรก็จำไม่ได้

Free counter and web stats