<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แมวกับคน : เรื่องของแมวที่คนรักและคนที่รักแมว &#187; แมวของบ้านแมว</title>
	<atom:link href="http://catthai.catinmind.com/category/cat-of-cat-home/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://catthai.catinmind.com</link>
	<description>เรื่องของคนกับแมว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Aug 2010 01:21:03 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>แพนด้าทำไปได้ : โวยวาย ตะกละ บ้ากาม</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/panda-the-cat</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/panda-the-cat#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 06:19:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[คนกับแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://catthai.catinmind.com/?p=366</guid>
		<description><![CDATA[
แพนด้าในที่นี้ไม่ใช่หมีแพนด้านะครับ แต่เป็นแมว แมวที่ชื่อแพนด้า วันนี้ขอนินทาสักทีเถอะ
แพนด้าเป็นแมวหน้าตาคล้ายหมีแพนด้า เลยได้ชื่อว่าแพนด้า เมื่อตอนยังไม่โตเต็มที่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเป็นแบบที่เอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องหรอกครับ แต่ตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัว อายุได้ขวบกว่าๆ กลายเป็นแมวที่มีพฤติกรรมน่าหมั่นไส้ไปแล้ว โดยที่เด่นชัดที่สุดมีสามเรื่องคือ

เรื่องแรกก็คือโวยวาย นั่นคือ พูดได้ทุกเวลา  ถ้าพูดกับคนแล้วคนไม่ตอบ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  จนกว่าจะทักตอบนั่นแหละจึงหยุด แต่ก็เงียบได้ไม่นานก็จะพูดอีก บางทีต้องหาอะไรมาติดสอนบน นั่นคือ เอาของขบเคี้ยวเป็นต้นว่า หมูหยอง หมูแผ่น หรือนมมาให้ จึงจะหยุด
“อย่าตามใจมากนัก เดี๋ยวเสียแมว” มามี้ว่าป๋า  แต่ป๋าก็ชอบแหละ ถึงแม้จะมั่นไส้แพนด้าอยู่บ้าง แต่ก็ชอบให้ของแพนด้ากินนอกเวลาอาหาร
เรื่องต่อมาก็คือตะกละ  แพนด้ากินได้ตลอด แล้วเป็นแมวแสนรู้ในเรื่องกิน นั่นคือ พอคนเดินไปที่ๆกินอาหาร แพนด้าก็จะวิ่งมาตัวแรก ราวกับว่าเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา พอตอนกิน แพนด้าก็จะก้มหน้ากินงุดๆ ซ้ำยังขยับไปมา ตัวอื่นเข้ามากินชามเดียวกับแพนด้าไม่ได้  โดยเฉพาะตอนอาหารมื้อพิเศษ แพนด้าจะฟาดตัวเดียวมากกว่าเพื่อน
เรื่องที่สามคือบ้ากาม  แพนด้าหง่าวได้ทุกเวลา  เห็นตัวเมียแล้วเป็นแถเข้าใส่ ขึ้นคร่อมเขาไปทั่ว  เวลาไม่มีใครเล่นด้วยก็จะร้องหง่าวๆเดินไปมา บางครั้งหายออกจากบ้านไป เมื่อกลับมาก็พกพาร่องรอยการต่อสู้มาเต็มใบหน้าและตัว มีรอยเล็บรอยเขี้ยวของแมวอื่นติดมาเสมอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-365" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="panda cat01" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/08/panda-cat01.jpg" alt="panda cat01" width="214" height="251" /><br />
แพนด้าในที่นี้ไม่ใช่หมีแพนด้านะครับ แต่เป็นแมว แมวที่ชื่อแพนด้า วันนี้ขอนินทาสักทีเถอะ</p>
<p>แพนด้าเป็นแมวหน้าตาคล้ายหมีแพนด้า เลยได้ชื่อว่าแพนด้า เมื่อตอนยังไม่โตเต็มที่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเป็นแบบที่เอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องหรอกครับ แต่ตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัว อายุได้ขวบกว่าๆ กลายเป็นแมวที่มีพฤติกรรมน่าหมั่นไส้ไปแล้ว โดยที่เด่นชัดที่สุดมีสามเรื่องคือ<br />
<span id="more-366"></span><br />
เรื่องแรกก็คือโวยวาย นั่นคือ พูดได้ทุกเวลา  ถ้าพูดกับคนแล้วคนไม่ตอบ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  จนกว่าจะทักตอบนั่นแหละจึงหยุด แต่ก็เงียบได้ไม่นานก็จะพูดอีก บางทีต้องหาอะไรมาติดสอนบน นั่นคือ เอาของขบเคี้ยวเป็นต้นว่า หมูหยอง หมูแผ่น หรือนมมาให้ จึงจะหยุด</p>
<p>“อย่าตามใจมากนัก เดี๋ยวเสียแมว” มามี้ว่าป๋า  แต่ป๋าก็ชอบแหละ ถึงแม้จะมั่นไส้แพนด้าอยู่บ้าง แต่ก็ชอบให้ของแพนด้ากินนอกเวลาอาหาร</p>
<p>เรื่องต่อมาก็คือตะกละ  แพนด้ากินได้ตลอด แล้วเป็นแมวแสนรู้ในเรื่องกิน นั่นคือ พอคนเดินไปที่ๆกินอาหาร แพนด้าก็จะวิ่งมาตัวแรก ราวกับว่าเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา พอตอนกิน แพนด้าก็จะก้มหน้ากินงุดๆ ซ้ำยังขยับไปมา ตัวอื่นเข้ามากินชามเดียวกับแพนด้าไม่ได้  โดยเฉพาะตอนอาหารมื้อพิเศษ แพนด้าจะฟาดตัวเดียวมากกว่าเพื่อน</p>
<p>เรื่องที่สามคือบ้ากาม  แพนด้าหง่าวได้ทุกเวลา  เห็นตัวเมียแล้วเป็นแถเข้าใส่ ขึ้นคร่อมเขาไปทั่ว  เวลาไม่มีใครเล่นด้วยก็จะร้องหง่าวๆเดินไปมา บางครั้งหายออกจากบ้านไป เมื่อกลับมาก็พกพาร่องรอยการต่อสู้มาเต็มใบหน้าและตัว มีรอยเล็บรอยเขี้ยวของแมวอื่นติดมาเสมอ  มาแล้วก็หง่าวที่บ้านต่อ พ่นฉี่รอบบ้าน</p>
<p>ตอนนี้ไอ้อ้วนพี่ชายของแพนด้าไม่อยู่ หายไปเป็นหลายเดือนแล้ว ไอ้อ้วนแม้จะเป็นแมวขี้โม้แต่ก็ไม่ถึงขนาดแพนด้า  ไม่โวยวาย ไม่บ้ากามขนาดนี้</p>
<p>อย่างว่าแหละ แมวก็ไม่เหมือนกันทุกตัว ก็ไม่ต่างจากคนหรอกนะครับ คนบางคนก็บ้ากาม  มีคู่แล้วยังไปมีคู่เพิ่มอีก เพิ่มหลายๆคนก็มากมาย  บางคนก็มีคู่คนเดียวจนตายจากกัน</p>
<p>ถ้าเป็นคน แพนด้าก็เป็นคนประเภทแรก ไม่เหมือนป๋าเลย ยึดแนวทางอย่างหลัง ขอมีคนเดียวไม่เพิ่มอย่างเด็ดขาด (ขืนเพิ่มก็คงหัวขาด แหะๆ)</p>
<p>แต่ถึงแม้จะเป็นแมวขี้โวยวาย ตะกละ บ้ากาม แต่แพนด้าก็เป็นที่รักของแมวอื่นๆ และเป็นที่รักของคน</p>
<p>ถึงป๋าจะนินทา แต่ก็รักแพนด้านะพ่อคาสโนว่าเหมียว.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/kaba-the-cat-and-her-problem" title="เรื่องยุ่งๆของพุงแมว (August 3, 2009)">เรื่องยุ่งๆของพุงแมว</a> (5)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-and-family" title="พี่อ้วนกับหวานและแม่ (June 6, 2009)">พี่อ้วนกับหวานและแม่</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-group" title="แมวหมู่ (July 16, 2009)">แมวหมู่</a> (4)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-claw" title="แมวมีถนัดขวา ถนัดซ้ายด้วยนะเออ (August 15, 2009)">แมวมีถนัดขวา ถนัดซ้ายด้วยนะเออ</a> (4)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/ginny-the-dog-who-rescues-cats" title="เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว (June 25, 2009)">เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/panda-the-cat/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1)</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2009 06:39:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[รูปแมว]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องของแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://catthai.catinmind.com/?p=356</guid>
		<description><![CDATA[แกงค์แมวซอย 6 เป็นฉายาที่ตั้งขึ้นเพื่อเรียกขานแมวที่บ้านแมว เนื่องจากบ้านแมวอยู่ที่ซอย 6 ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของเรื่องทั้งหลายในบล็อกนี้ แต่ละรุ่นของแกงค์จะคงความเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ พอโตแล้วก็จะแยกย้ายกันไปแสวงหาชีวิตนอกบ้าน หายกันไปทีละตัวสองตัว บางครั้งบ้านแมวก็แทบจะร้างแมว

แต่บางช่วงเวลา บ้านแมวเต็มไปด้วยแมวนับสิบชีวิต อยู่ด้วยกันอย่างสงบ นานๆจะทะเลาะถึงลงเล็บลงเขี้ยวกันที แต่ก็น้อยมาก
ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ต้นตระกูลของบ้านแมวคือแม่อ้วน พี่อ้วน ย่าอ้วน ทวดอ้วน ทวดของทวดของทวดแมวที่บ้านแมวในวันนี้ ทวดอ้วนเพิ่งตายเมื่อ 23 พฤษภาคม 2552 รวมอายุได้ 14 ปีกว่าๆ
คราวนี้ขอนำเสนอรูปหมู่ของแกงค์แมวซอย 6 เริ่มต้นด้วยรูปของต้นตระกูลบ้านแมวคือทวดอ้วน

รูปนี้ถ่ายที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นมุมส่วนตัวของทวดอ้วน เนื่องจากพออายุมากขึ้นก็ไม่ออกนอกตัวบ้านแล้ว เป็นเพียงแมวตัวเดียวที่อยู่ในบ้านร่วมกับคน ไม่สุงสิงกับแมวตัวอื่น
หลังบ้านมีพื้นที่แคบๆกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร เป็นที่ซักล้าง แต่ไม่ได้ใช้งานเท่าใดนัก เมื่อทวดอ้วนของแมว หรือพี่อ้วนของน้ำหวานจับจองเป็นมุมส่วนตัว เอาไว้ชทวิว สูดอากาศ และพักผ่อนหย่อนใจ มามี้จึงจัดแต่งเป็นสวนสวยงาม หากล้วยไม้มาแขวน ป๋าก้เอากระถางหญ้ามาไว้ให้พี่อ้วนกิน บางครั้งก็มาตั้งโต๊ะกินกาแฟกับขนม โดยมีพี่อ้วนนอนเล่นอยู่ด้วย
รูปนี้ถ่ายตอนสายๆ แดดส่องมาอ่อนๆ เป็นช่วงเวลาที่พี่อ้วนชอบออกมานอนอาบแดด แต่เฉพาะวันหยุดเท่านั้น เพราะวันปกติก็ต้องอยู่ในบ้าน
ป๋าดูรูปนี้แล้วคิดถึงพี่อ้วนที่จากไป

รูปต่อมาเป็นแกงค์ซอย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">แกงค์แมวซอย 6 เป็นฉายาที่ตั้งขึ้นเพื่อเรียกขานแมวที่บ้านแมว เนื่องจากบ้านแมวอยู่ที่ซอย 6 ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของเรื่องทั้งหลายในบล็อกนี้ แต่ละรุ่นของแกงค์จะคงความเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ พอโตแล้วก็จะแยกย้ายกันไปแสวงหาชีวิตนอกบ้าน หายกันไปทีละตัวสองตัว บางครั้งบ้านแมวก็แทบจะร้างแมว<br />
<span id="more-356"></span><br />
แต่บางช่วงเวลา บ้านแมวเต็มไปด้วยแมวนับสิบชีวิต อยู่ด้วยกันอย่างสงบ นานๆจะทะเลาะถึงลงเล็บลงเขี้ยวกันที แต่ก็น้อยมาก</p>
<p style="text-align: center;">ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ต้นตระกูลของบ้านแมวคือ<a href="http:/hello-world">แม่อ้วน พี่อ้วน ย่าอ้วน ทวดอ้วน</a> ทวดของทวดของทวดแมวที่บ้านแมวในวันนี้ ทวดอ้วนเพิ่งตายเมื่อ 23 พฤษภาคม 2552 รวมอายุได้ 14 ปีกว่าๆ</p>
<p style="text-align: center;">คราวนี้ขอนำเสนอรูปหมู่ของแกงค์แมวซอย 6 เริ่มต้นด้วยรูปของต้นตระกูลบ้านแมวคือทวดอ้วน<br />
<img class="size-full wp-image-357 alignnone" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="cat-aun01" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/cat-aun01.jpg" alt="cat-aun01" width="283" height="377" /></p>
<p>รูปนี้ถ่ายที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นมุมส่วนตัวของทวดอ้วน เนื่องจากพออายุมากขึ้นก็ไม่ออกนอกตัวบ้านแล้ว เป็นเพียงแมวตัวเดียวที่อยู่ในบ้านร่วมกับคน ไม่สุงสิงกับแมวตัวอื่น</p>
<p>หลังบ้านมีพื้นที่แคบๆกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร เป็นที่ซักล้าง แต่ไม่ได้ใช้งานเท่าใดนัก เมื่อทวดอ้วนของแมว หรือพี่อ้วนของน้ำหวานจับจองเป็นมุมส่วนตัว เอาไว้ชทวิว สูดอากาศ และพักผ่อนหย่อนใจ มามี้จึงจัดแต่งเป็นสวนสวยงาม หากล้วยไม้มาแขวน ป๋าก้เอากระถางหญ้ามาไว้ให้พี่อ้วนกิน บางครั้งก็มาตั้งโต๊ะกินกาแฟกับขนม โดยมีพี่อ้วนนอนเล่นอยู่ด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">รูปนี้ถ่ายตอนสายๆ แดดส่องมาอ่อนๆ เป็นช่วงเวลาที่พี่อ้วนชอบออกมานอนอาบแดด แต่เฉพาะวันหยุดเท่านั้น เพราะวันปกติก็ต้องอยู่ในบ้าน</p>
<p style="text-align: justify;">ป๋าดูรูปนี้แล้วคิดถึงพี่อ้วนที่จากไป</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-358" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="the-cat-gang" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/the-cat-gang.jpg" alt="the-cat-gang" width="294" height="192" /></p>
<p style="text-align: justify;">รูปต่อมาเป็นแกงค์ซอย 6 กำลังชุมนุมกันอยู่กับพี่หวาน เป็นงานเลี้ยงไอติมตอนกลางวัน แกงค์ซอย 6 นั้นชอบกินไอติม (อันที่จริงแล้วกินทุกอย่าง แบบว่าตะกละ) งานนี้มีแมวเกือบสิบตัวแต่ไอติมแค่โคนเดียว ต้องหยอดลงพื้นให้เลียกันพอหอมปากหอมคอ</p>
<p style="text-align: justify;">แกงค์รุ่นนี้ขณะนี้เหลืออยู่ไม่กี่ตัว  เพราะผ่านมาประมาณ 3 ปีกว่าๆ โตแล้วแยกย้ายกันไปที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ได้ แต่ช่วงที่อยู่กันครบนั้นสร้างบรรยากาศครึกครื้นให้บ้านเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-full wp-image-359" title="thegang06-1" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/thegang06-1.jpg" alt="thegang06-1" width="304" height="203" /></p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นแกงค์รุ่นเดียวกับรูปก่อนหน้านี้ แกงค์นี้ชอบใกล้ชิดสนิทสนมกับคนเป็นอย่างยิ่ง ตอนป๋าออกมาอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า เจ้าสามสี่ตัวนี้จะชอบกระโดดขึ้นมานอนอยู่ใกล้ๆ บางทีก็แย่งหนุงสือพิมพ์อ่าน (อันที่จริงแล้วแย่งความสนใจจากหนังสือพิมพ์ ให้ป๋าเกาคางนวดหลังให้)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-360" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="thegang07-1" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/thegang07-1.jpg" alt="thegang07-1" width="400" height="264" /></p>
<p style="text-align: justify;">นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของแกงค์ เป็นแนววิเชียรมาศแต่สีเข้มออกไปทางน้ำตาลแก่  ในรูปจะเห็นเจ้าตัวหนึ่งกำลังนอนให้ป๋าเกาหลังให้ นี่เป็นกิจวัตรที่จะต้องปฏิบัติเพื่อเอาใจท่านแหละ ไม่งั้นไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์แน่ เพราะจะโดนกรงเล็บเขี่ยๆ  ฟันคมๆงับๆ จนกว่าจะเกาคางนวดหลังให้จึงเลิก</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นส่วนหนึ่งของแกงค์ซอย 6 ที่เกิดและเติบโตที่บ้านแมวแล้วแยกย้ายกันไป  บ้านนี้ไม่ได้กักขังให้อยู่ในที่คับแคบ แต่จะปล่อยโดยเสรี บางครั้งมีแมวแปลกหน้ามาสู่ก็ให้อยู่ด้วยกัน ส่วนมากแล้วแมวแปลกหน้ามาถึงก็จะได้รับการต้อนรับจากสมาชิกที่อยู่ก่อน บางตัวมาอยู่ชั่วคราวก็ไป บางตัวมาอยูนานกว่าจะไป  บางตัวมาตัวเดียวแต่พอจะไปก็ชวนตัวอื่นไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">ครั้งหน้าจะหารูปสวยๆมาให้ดูอีก ขอบคุณครับ</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-group" title="แมวหมู่ (July 16, 2009)">แมวหมู่</a> (4)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/ginny-the-dog-who-rescues-cats" title="เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว (June 25, 2009)">เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-herd" title="หมู่แมว (July 25, 2009)">หมู่แมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-war" title="ศึกชิงอาณาเขต (July 13, 2009)">ศึกชิงอาณาเขต</a> (1)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2" title="บุญมา : บุญพามาแล้วบุญพาไป (November 10, 2008)">บุญมา : บุญพามาแล้วบุญพาไป</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมู่แมว</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/cat-herd</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/cat-herd#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2009 08:57:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[แม่แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://catthai.catinmind.com/?p=348</guid>
		<description><![CDATA[นับตั้งแต่เลี้ยงแมวมาเป็นเวลา 14 -15 ปี มีแมวเกิดที่บ้านรวมแล้วหลายสิบตัว บางช่วงเวลามีแมวอยู่ด้วยกัน 15-16 ตัวก็มี เรียกได้ว่าเป็นฝูงๆ มีทั้งที่เกิดที่บ้านและทั้งที่อพยพมาจากที่อื่น เปลี่ยนฐานะจากแมวจรเป็นแมวบ้าน และก็มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่บ้านแล้วไปเป็นแมวจรไม่กลับมาอีกเลย

เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ว่าจะเกิดที่บ้านหรือมาจากที่อื่น ก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบเป็นส่วนมาก จะมีอยู่บ้างบางตัวที่ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่มาก บางตัวขี้เกียจทะเลาะกับตัวเกเรก็ออกจากบ้านไป นานๆมาเยี่ยมสักครั้ง แต่ส่วนมากไปแล้วไปลับ นั่นเป็นธรรมชาติของแมว
ในคราวนี้ ขอนำเสนอรูปแมวหมู่ที่เคยอยู่บ้าน ตอนนี้บางตัวยังอยู่ บางตัวก็หายออกจากบ้านไปแล้ว

ภาพแรกเป็นบรรดาหนุ่มๆสาวๆที่กำลังนอนฝันหวานอยู่ใต้ม้าหิน  นิสัยอย่างหนึ่งของแมวก็คือชอบนอนอยู่ด้วยกันแบบเบียดเสียด คงทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยดี ดูในรูปเป็นตัวอย่าง
แมวนั้นชอบทำความสะอาดตัวเองเสมอ  ส่วนไหนของร่างกายที่ทำความสะอาดไม่ได้ แมวก็จะผลัดกันทำความสะอาดให้ตัวอื่นๆ  ดังนั้นจึงพบเห็นอยู่เสมอว่า แมวสองตัวผลัดกันเลียขนให้อีกตัวหนึ่ง นับเป็นการสมานฉันท์อย่างแท้จริง
คนก็ควรจะเอาอย่างบ้าง ให้ความช่วยเหลือกันเหมือนแมว


ภาพข้างบนนี้เป็นแม่แมวกำลังให้นมลูกแมว ลูกแมวโตมากแล้ว ตัวเท่าแม่แต่ก็ยังกินนมอยู่ แม่ก็ใจดีจริงๆที่ยังให้นมลูกทั้งๆที่ลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว
นี่พิสูจน์ได้ว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่มหาศาลไม่ว่าในคนหรือสัตว์  ถึงแม้ว่าลูกจะโตแล้วแม่ก็ยังมองลูกด้วยความรู้สึกของความเป็นแม่ นั่นคือ รัก ห่วงใย และพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกทุกเมื่อ เหมือนแม่แมวให้นมลูกแมวกินในรูปนี้ ถ้าแม่ของคนสามารถให้นมลูกกินได้  แม่ก็คงให้กิน แม้ลูกจะโตจนเท่าแม่หรือโตกว่าแม่แล้วก็ตาม



แมวที่เห็นเต็มจอในรูปนี้คือพี่สวย ลักษณะออกไปทางพันธุ์วิเชียรมาศ หรืออาจเรียกว่าวิเชียรมาศกลายพันธุ์ก็คงได้ ตัวที่เห็นข้างในลายสลิดนั่นน่ะคือพี่เสือ ทั้งสองมีลูกพร้อมๆกันแล้วแย่งลูกกันอยู่พักหนึ่ง ต่อมาจึงช่วยกันเลี้ยงลูกรวมกัน ดังที่เห็นในรูป

ลูกแมวที่เห็นเป็นทั้งลูกพี่เสือและพี่สวย แต่ไม่รู้ว่าตัวไหนเป็็นลูกใคร ทั้งสองแม่ก็ดูเมือนไม่สนในแล้วว่าตัวไหนลูกของฉัน ตัวไหนลูกของแก พอถึงเวลาให้นมก็ให้กันโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นับตั้งแต่เลี้ยงแมวมาเป็นเวลา 14 -15 ปี มีแมวเกิดที่บ้านรวมแล้วหลายสิบตัว บางช่วงเวลามีแมวอยู่ด้วยกัน 15-16 ตัวก็มี เรียกได้ว่าเป็นฝูงๆ มีทั้งที่เกิดที่บ้านและทั้งที่อพยพมาจากที่อื่น เปลี่ยนฐานะจากแมวจรเป็นแมวบ้าน และก็มีจำนวนไม่น้อยที่อยู่บ้านแล้วไปเป็นแมวจรไม่กลับมาอีกเลย</p>
<p><span id="more-348"></span></p>
<p>เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ว่าจะเกิดที่บ้านหรือมาจากที่อื่น ก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบเป็นส่วนมาก จะมีอยู่บ้างบางตัวที่ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่มาก บางตัวขี้เกียจทะเลาะกับตัวเกเรก็ออกจากบ้านไป นานๆมาเยี่ยมสักครั้ง แต่ส่วนมากไปแล้วไปลับ นั่นเป็นธรรมชาติของแมว</p>
<p style="text-align: justify;">ในคราวนี้ ขอนำเสนอรูปแมวหมู่ที่เคยอยู่บ้าน ตอนนี้บางตัวยังอยู่ บางตัวก็หายออกจากบ้านไปแล้ว<br />
<img class="size-full wp-image-349 aligncenter" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="cat dream team" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/cat-dream-team.jpg" alt="cat dream team" width="359" height="176" /></p>
<p>ภาพแรกเป็นบรรดาหนุ่มๆสาวๆที่กำลังนอนฝันหวานอยู่ใต้ม้าหิน  นิสัยอย่างหนึ่งของแมวก็คือชอบนอนอยู่ด้วยกันแบบเบียดเสียด คงทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยดี ดูในรูปเป็นตัวอย่าง</p>
<p>แมวนั้นชอบทำความสะอาดตัวเองเสมอ  ส่วนไหนของร่างกายที่ทำความสะอาดไม่ได้ แมวก็จะผลัดกันทำความสะอาดให้ตัวอื่นๆ  ดังนั้นจึงพบเห็นอยู่เสมอว่า แมวสองตัวผลัดกันเลียขนให้อีกตัวหนึ่ง นับเป็นการสมานฉันท์อย่างแท้จริง</p>
<p>คนก็ควรจะเอาอย่างบ้าง ให้ความช่วยเหลือกันเหมือนแมว</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-350" title="Feeding time" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/Feeding-time.jpg" alt="Feeding time" width="308" height="218" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: justify;">ภาพข้างบนนี้เป็นแม่แมวกำลังให้นมลูกแมว ลูกแมวโตมากแล้ว ตัวเท่าแม่แต่ก็ยังกินนมอยู่ แม่ก็ใจดีจริงๆที่ยังให้นมลูกทั้งๆที่ลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">นี่พิสูจน์ได้ว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่มหาศาลไม่ว่าในคนหรือสัตว์  ถึงแม้ว่าลูกจะโตแล้วแม่ก็ยังมองลูกด้วยความรู้สึกของความเป็นแม่ นั่นคือ รัก ห่วงใย และพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกทุกเมื่อ เหมือนแม่แมวให้นมลูกแมวกินในรูปนี้ ถ้าแม่ของคนสามารถให้นมลูกกินได้  แม่ก็คงให้กิน แม้ลูกจะโตจนเท่าแม่หรือโตกว่าแม่แล้วก็ตาม</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-351 aligncenter" title="Family cat" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/Family-cat.jpg" alt="Family cat" width="444" height="381" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: justify;">แมวที่เห็นเต็มจอในรูปนี้คือพี่สวย ลักษณะออกไปทางพันธุ์วิเชียรมาศ หรืออาจเรียกว่าวิเชียรมาศกลายพันธุ์ก็คงได้ ตัวที่เห็นข้างในลายสลิดนั่นน่ะคือพี่เสือ ทั้งสองมีลูกพร้อมๆกันแล้วแย่งลูกกันอยู่พักหนึ่ง ต่อมาจึงช่วยกันเลี้ยงลูกรวมกัน ดังที่เห็นในรูป</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">ลูกแมวที่เห็นเป็นทั้งลูกพี่เสือและพี่สวย แต่ไม่รู้ว่าตัวไหนเป็็นลูกใคร ทั้งสองแม่ก็ดูเมือนไม่สนในแล้วว่าตัวไหนลูกของฉัน ตัวไหนลูกของแก พอถึงเวลาให้นมก็ให้กันโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คือให้จนอิ่มหนำทุกๆตัว</p>
<p style="text-align: justify;">ขอจบเท่านี้ก่อน ใครมีภาพสวยๆดีๆ งามๆ ก็ส่งไปที่ anusim@hotmail.com จะได้นำมาเผยแพร่ให้เป็นขวัญตาแกแก่ผู้ชม.</p>
<p style="text-align: center;">

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1" title="รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1) (July 26, 2009)">รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-group" title="แมวหมู่ (July 16, 2009)">แมวหมู่</a> (4)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-on-corridor" title="แมวระเบียง :  เรื่องจากผู้อ่าน โดย “ป๋านิล” (June 24, 2009)">แมวระเบียง :  เรื่องจากผู้อ่าน โดย “ป๋านิล”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/panda-the-cat" title="แพนด้าทำไปได้ : โวยวาย ตะกละ บ้ากาม (August 3, 2009)">แพนด้าทำไปได้ : โวยวาย ตะกละ บ้ากาม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%99" title="เรื่องเศร้าของเจ้าแมวน้อย (June 3, 2008)">เรื่องเศร้าของเจ้าแมวน้อย</a> (1)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/cat-herd/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมวหมู่</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/cat-group</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/cat-group#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2009 03:44:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาแมว]]></category>
		<category><![CDATA[รูปแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมวเหมียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://catthai.catinmind.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า บุญชูลูกแมวที่คนเอามาปล่อยที่บ้านพร้อมแผลที่ก้นซึ่งสันนิษฐานว่าถูกรถทับ [อ่านเรื่องบุญชูที่นี่] ตอนนี้แผลยังไม่หายดี เกิดอักเสบเป็นหนองขึ้นมา จึงต้องจับทายา  บุญชูคงเจ็บแผลจึงดิ้นพร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวาย

บรรดาแม่บุญธรรมและพี่บุญธรรมของบุญชู ประกอบด้วยแม่เสือ แม่สวย พี่แพนด้า พี่ขวานฟ้า ต่างวิ่งเข้ามารุมกันใหญ่  โดยเฉพาะแม่สวยซึ่งเป็นแม่บุญธรรมที่บุญชูสนิทกว่าแม่เสือ เพราะคลอเคลียกันอยู่เสมอๆ ทั้งยังให้ดูดนมเหี่ยวๆ (แหะๆ นมเหี่ยวๆน่ะสิ เพราะแม่สวยไม่มีลูกอ่อน)  คงรักบุญชูเสมอลูกตัวเอง  มาไม่มาเปล่าทั้งกัดทั้งข่วนป๋าให้ปล่อยบุญชู
ป๋ากำลังทายาให้บุญชูอยู่  น้ำหวานช่วยจับขาบุญชูไว้ พลางเอาสำลีชุบยาส่งให้ป๋า  มามี้ก็ยืนส่งเสียงเชียร์อยู่ใกล้ๆ ทั้งยังคอยร้องบอกไม่ให้บรรดาเหมียวๆเข้ายุ่ง  แต่ แหม เหมียวๆไม่ฟังคำสั่งของมามี้สักตัวเลยแฮะ
แม่สวยข่วนป๋าจนได้แผล ป๋าเลยเอามือตบหัวแม่สวยไปทีหนึ่ง บอกว่าอย่ายุ่ง ใส่ยาให้บุญชูอยู่ เท่านั้นแหละ แม่สวยก็เดินหลบไป

กว่าจะใส่ยาเสร็จก็ทุลักทเล เสร็จแล้วบุญชูก็เดินงอนตุ๊บป่องไป ตัวอื่นๆก็แยกย้ายไปอยู่ในส่วนของตน ป๋ามองหาแม่สวยไม่เห็น เรียกก็ไม่มา ถามมามี้ก็บอกว่าไม่รู้เดินไปทางไหน เพราะมัวแต่ดูการใส่ยาให้บุญชูอยู่
ป๋าเดินหารอบบ้านก็ไม่มี จึงนึกได้ว่าคงไปอยู่ใต้โต๊ะตรงมุมบ้านที่ป๋าเอาผ้าใบคลุมไว้ให้เหมียวๆใช้ หลบฝน ปรากฏว่าแม่สวยไปนอนอยู่ในนั้น พอป๋าเปิดผ้าใบโผล่หน้าไปดูก็แยกเขี้ยวขู่

ป๋าเลยพุดด้วยว่า ป๋าขอโทษนะแม่สวย ตอนนั้นมันอลม่านป๋าเลยทำอย่างนั้น เพราะต้องการใส่ยาให้บุญชู ป๋าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายแม่สวยหรอกน่ะ
ต้องอุ้มออกมานั่งที่ม้าหิน ลูบหัว นวดตัวสักพัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-339 alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="cat-bunchoo" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/cat-bunchoo.jpg" alt="cat-bunchoo" width="298" height="315" /></p>
<p>เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า บุญชูลูกแมวที่คนเอามาปล่อยที่บ้านพร้อมแผลที่ก้นซึ่งสันนิษฐานว่าถูกรถทับ [<a href="http://catthai.catinmind.com/story-of-boonchu-the-kitten">อ่านเรื่องบุญชูที่นี่</a>] ตอนนี้แผลยังไม่หายดี เกิดอักเสบเป็นหนองขึ้นมา จึงต้องจับทายา  บุญชูคงเจ็บแผลจึงดิ้นพร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวาย</p>
<p><span id="more-337"></span></p>
<p>บรรดาแม่บุญธรรมและพี่บุญธรรมของบุญชู ประกอบด้วยแม่เสือ แม่สวย พี่แพนด้า พี่ขวานฟ้า ต่างวิ่งเข้ามารุมกันใหญ่  โดยเฉพาะแม่สวยซึ่งเป็นแม่บุญธรรมที่บุญชูสนิทกว่าแม่เสือ เพราะคลอเคลียกันอยู่เสมอๆ ทั้งยังให้ดูดนมเหี่ยวๆ (แหะๆ นมเหี่ยวๆน่ะสิ เพราะแม่สวยไม่มีลูกอ่อน)  คงรักบุญชูเสมอลูกตัวเอง  มาไม่มาเปล่าทั้งกัดทั้งข่วนป๋าให้ปล่อยบุญชู</p>
<p>ป๋ากำลังทายาให้บุญชูอยู่  น้ำหวานช่วยจับขาบุญชูไว้ พลางเอาสำลีชุบยาส่งให้ป๋า  มามี้ก็ยืนส่งเสียงเชียร์อยู่ใกล้ๆ ทั้งยังคอยร้องบอกไม่ให้บรรดาเหมียวๆเข้ายุ่ง  แต่ แหม เหมียวๆไม่ฟังคำสั่งของมามี้สักตัวเลยแฮะ</p>
<p>แม่สวยข่วนป๋าจนได้แผล ป๋าเลยเอามือตบหัวแม่สวยไปทีหนึ่ง บอกว่าอย่ายุ่ง ใส่ยาให้บุญชูอยู่ เท่านั้นแหละ แม่สวยก็เดินหลบไป</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="cat-beauty" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/cat-beauty.jpg" alt="cat-beauty" width="314" height="343" /></p>
<p>กว่าจะใส่ยาเสร็จก็ทุลักทเล เสร็จแล้วบุญชูก็เดินงอนตุ๊บป่องไป ตัวอื่นๆก็แยกย้ายไปอยู่ในส่วนของตน ป๋ามองหาแม่สวยไม่เห็น เรียกก็ไม่มา ถามมามี้ก็บอกว่าไม่รู้เดินไปทางไหน เพราะมัวแต่ดูการใส่ยาให้บุญชูอยู่</p>
<p>ป๋าเดินหารอบบ้านก็ไม่มี จึงนึกได้ว่าคงไปอยู่ใต้โต๊ะตรงมุมบ้านที่ป๋าเอาผ้าใบคลุมไว้ให้เหมียวๆใช้ หลบฝน ปรากฏว่าแม่สวยไปนอนอยู่ในนั้น พอป๋าเปิดผ้าใบโผล่หน้าไปดูก็แยกเขี้ยวขู่</p>
<p><img class="size-full wp-image-338 alignleft" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="cat-gang" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/07/cat-gang.jpg" alt="cat-gang" width="306" height="230" /></p>
<p>ป๋าเลยพุดด้วยว่า ป๋าขอโทษนะแม่สวย ตอนนั้นมันอลม่านป๋าเลยทำอย่างนั้น เพราะต้องการใส่ยาให้บุญชู ป๋าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายแม่สวยหรอกน่ะ</p>
<p>ต้องอุ้มออกมานั่งที่ม้าหิน ลูบหัว นวดตัวสักพัก คุยด้วยสักครู่ แม่สวยจึงกลับคืนมาเหมือนเดิม พอปล่อยลงพื้นก็เอาหน้ามาถูขากางเกงป๋า</p>
<p>อย่างนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย นึกว่าจะโกรธป๋าไปซะแล้วนะแม่สวย</p>
<p>เรื่องนี้คงพอจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวได้รู้ว่า สัตว์เลี้ยงเขาก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน  ต้องดูแลเอาใจใส่เขาด้วย อย่าปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ถ้าหากไม่พร้อมจะดูแลเขาก็อย่าเลี้ยงเสียดีกว่า เพราะจะทำให้เขาเป็นทุกข์ เป็นการเบียดเบียนสัตว์ทางอ้อมเหมือนกัน</p>
<p>ที่บ้านของพ่อแมว แม้จะไม่ได้เลี้ยงแบบผู้ดีที่มีอันจะกินเหลือเฟือ  แต่ก็ไม่ให้อด ไม่ให้ขาดความอบอุ่น  ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านก็มานั่งคุยกับเหมียวๆ  ซึ่งเข้ามารุมกันซ้ายขวา  ตอนค่ำก่อนจะอาบน้ำก็มานั่งคุยด้วย บางทีก็เอาของกินมาแจก  เจ้าแพนด้ารู้แกว ชอบมาร้องเรียกเหมียวๆ</p>
<p>“แพนด้าเห็นหน้าป๋าเรียกหาแต่อาหารมื้อพิเศษ”  มามี้เคยพูดกับน้ำหวาน เป็นนัยๆว่า แพนด้ามันตะกละ (ป๋าตีความคำพูดของมามี้เอาเอง ซึ่งแพนด้าก็ตะกละจริงๆ กินทุกอย่างแม้กระทั่งขนมปังหรือปาท่องโก๋)</p>
<p>เห็นไหมล่ะว่าหัวเรื่องนี่น่ะถูกต้องตรงจริง เพราะที่บ้านนี้แมวรุมจริงๆ รุมทั้งภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินดังเช่นที่เข้ามารุมตอนทายาให้บุญชู</p>
<p>แต่ตอนนั้นน่าจะเรียกว่าม็อบแมว เป็นม็อบที่มีหลายสีและสลายตัวไปในไม่กี่นาที ประเทศเอ๊ย&#8230;บ้านจึงกลับเข้าสู่ความสงบไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากม็อบ</p>
<p><strong>อ้าว เริ่มเรื่องแมวกลับมาจบเรื่องม็อบ วอนซะแล้วมั้ยนี่ แหะๆ.</strong></p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/ginny-the-dog-who-rescues-cats" title="เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว (June 25, 2009)">เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-war" title="ศึกชิงอาณาเขต (July 13, 2009)">ศึกชิงอาณาเขต</a> (1)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1" title="รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1) (July 26, 2009)">รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/sleeping-cat" title="แอบถ่ายแมวหลับ (June 8, 2010)">แอบถ่ายแมวหลับ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/light-cat" title="แมวมีแสง (August 13, 2009)">แมวมีแสง</a> (3)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/cat-group/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของบุญชู</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/story-of-boonchu-the-kitten</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/story-of-boonchu-the-kitten#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2009 18:07:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมวหลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://catthai.catinmind.com/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[
บุญชูเป็นลูกแมวสามสี มาร้องเหมียวๆในเช้าวันหนึ่ง  เมื่อเห็นแล้วก็รู้สึกสงสัยเป็นอันมากว่าเข้ามาได้อย่างไร  เพราะประตูรั้วมีแผงกั้น ไม่มีทางที่จะปีนเข้ามาได้ จึงสังสัยว่าคงมีคนเอามาปล่อยด้วยเห็นว่าบ้านนี้เป็นบ้านเลี้ยงแมว คะเนว่าอายุน่าจะประมาณสองเดือน  คงไม่สามารข้ามกำแพงบ้านเข้ามาได้

เมื่อเห็นบุญชูชัดๆก็ตกใจ เพราะเดินขากะเผลก  หางก็แหว่งเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว มีรอยเลือดเปื้อนก้น  เหมือนโดนอะไรทับซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรถ  พอจะจับตัวมาดูก็ร้องขู่ฟ่อๆแล้ววิ่งหนี
พอถึงตอนให้อาหาร บุญชูก็เข้ามากินด้วยความหิว แต่พอจะเข้าไปจับก็วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว  เห็นอาการแล้วก็น่าเป็นห่วง อยากจะจับมาตรวจดู ถ้าหนักก็จะพาไปหาหมอให้รักษา แต่ก็ไม่สามารถทำได้
วันนั้นกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด  โดยไปกันทั้งบ้าน  กว่าจะกลับก็หลายวัน  จึงเป็นห่วงว่าเจ้าลูกแมวนี่อาการจะหนัก  ดูแล้วอาจถึงชีวิต  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  จึงต้องปล่อยไว้อย่างนั้น
แม้จะไม่อยู่บ้านแต่เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วง เพราะฝากคนข้างบ้านให้อาหารแมวตอนไม่อยู่โดยเทอาหารผ่านท่อที่ทำจากขวดน้ำเอามาต่อกันลงใส่จานที่วางไว้ข้างกำแพงรั้วบ้าน  ด้วยว่ากำแพงสู่ระดับอกจึงทำได้แบบสบายๆ   แต่เรื่องพาไปหาหมอนั้นข้างบ้านช่วยไม่ได้  ต้องรอให้กลับมาเสียก่อน
ตลอดเวลาที่อยู่ต่างจังหวัด น้ำหวานลูกสาวของผมบ่นถึงลูกแมวอยู่ตลอดเวลา  เป็นห่วงว่าจะตายเสียก่อนที่จะกลับ  นึกถึงทีไรก็บ่นทุกที
เมื่อกลับจากจังหวัดมาถึงบ้าน  ลูกแมวยังอยู่  อาการหนักขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><img class="alignleft size-full wp-image-281" style="border: 0pt none; margin: 10px 15px;" title="cat-bunchu4" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/06/cat-bunchu4.jpg" alt="cat-bunchu4" width="280" height="279" /><br />
บุญชูเป็นลูกแมวสามสี มาร้องเหมียวๆในเช้าวันหนึ่ง  เมื่อเห็นแล้วก็รู้สึกสงสัยเป็นอันมากว่าเข้ามาได้อย่างไร  เพราะประตูรั้วมีแผงกั้น ไม่มีทางที่จะปีนเข้ามาได้ จึงสังสัยว่าคงมีคนเอามาปล่อยด้วยเห็นว่าบ้านนี้เป็นบ้านเลี้ยงแมว คะเนว่าอายุน่าจะประมาณสองเดือน  คงไม่สามารข้ามกำแพงบ้านเข้ามาได้</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-280"></span></p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อเห็นบุญชูชัดๆก็ตกใจ เพราะเดินขากะเผลก  หางก็แหว่งเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว มีรอยเลือดเปื้อนก้น  เหมือนโดนอะไรทับซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรถ  พอจะจับตัวมาดูก็ร้องขู่ฟ่อๆแล้ววิ่งหนี</p>
<p style="text-align: justify;">พอถึงตอนให้อาหาร บุญชูก็เข้ามากินด้วยความหิว แต่พอจะเข้าไปจับก็วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว  เห็นอาการแล้วก็น่าเป็นห่วง อยากจะจับมาตรวจดู ถ้าหนักก็จะพาไปหาหมอให้รักษา แต่ก็ไม่สามารถทำได้</p>
<p style="text-align: justify;">วันนั้นกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด  โดยไปกันทั้งบ้าน  กว่าจะกลับก็หลายวัน  จึงเป็นห่วงว่าเจ้าลูกแมวนี่อาการจะหนัก  ดูแล้วอาจถึงชีวิต  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  จึงต้องปล่อยไว้อย่างนั้น</p>
<p style="text-align: justify;">แม้จะไม่อยู่บ้านแต่เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วง เพราะฝากคนข้างบ้านให้อาหารแมวตอนไม่อยู่โดยเทอาหารผ่านท่อที่ทำจากขวดน้ำเอามาต่อกันลงใส่จานที่วางไว้ข้างกำแพงรั้วบ้าน  ด้วยว่ากำแพงสู่ระดับอกจึงทำได้แบบสบายๆ   แต่เรื่องพาไปหาหมอนั้นข้างบ้านช่วยไม่ได้  ต้องรอให้กลับมาเสียก่อน</p>
<p style="text-align: justify;">ตลอดเวลาที่อยู่ต่างจังหวัด น้ำหวานลูกสาวของผมบ่นถึงลูกแมวอยู่ตลอดเวลา  เป็นห่วงว่าจะตายเสียก่อนที่จะกลับ  นึกถึงทีไรก็บ่นทุกที</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อกลับจากจังหวัดมาถึงบ้าน  ลูกแมวยังอยู่  อาการหนักขึ้น หางที่เคยมีหลุดหายไป  ที่ก้นมีแผลขนาดใหญ่ มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม พยายามจะจับตัวให้ได้แต่ก็เหมือนเดิม วิ่งหนีเร็วมาก  ต้องทำใจ</p>
<p style="text-align: justify;">หลายวันต่อมาแผลค่อยๆหาย  แต่ขาหลังข้างขวาดูเหมือนจะใช้งานไม่ได้  ชี้เด่เหมือนไม่สามารถพับได้ตามปกติ  และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ  อึเหลวและฉี่ราดตลอดเวลา  ดูเหมือนว่าประสาทการควบคุมอึและฉี่จะไม่ทำงาน</p>
<p style="text-align: justify;">น้ำหวานเห็นแล้วก็บ่นๆว่าน่าจะจับตัวให้ได้แล้วพาไปหาหมอ  ทั้งยังตั้งชื่อให้ว่าบุญชู  หมายความว่าบุญอุ้มชูให้มาที่บ้านเราซึ่งเป็นบ้านเลี้ยงแมว  ถึงแม้จะไม่ได้ไปหาหมอแต่ก็มีอาหารกิน  ไม่ต้องอดๆอยากๆในขณะที่ยังเจ็บตัวอย่างนี้ด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อยู่นานคุ้นเคยกันมากขึ้น  บุญชูก็ยอมให้จับ  ตรวจดูแผลที่ก้นหายแล้ว  แต่ยังอึราดและฉี่ไหลอยู่   ต้องคอยเอาน้ำเกลือสำหรับล้างแผลมาล้างให้ เช็ดให้แห้งแล้วปล่อยไป   เคยเอาผ้ามาทำเป็นผ้าอ้อมผูกไว้กับตัวแต่ไม่เป็นผล สักพักก็หลุดจึงเลิก ต้องคอยเช็ดล้างอึและฉี่ที่เรี่ยราดอยู่ทั่ว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-282" style="border: 0.1px solid black; margin: 10px 15px;" title="kitten-boonchu" src="http://catthai.catinmind.com/wp-content/uploads/2009/06/kitten-boonchu.jpg" alt="kitten-boonchu" width="388" height="134" /></p>
<p style="text-align: justify;">ถึงวันนี้บุญชูคุ้นและเชื่องแล้ว  ยอมให้จับและเล่นด้วย   ขาหลังที่เคยเหยียดก็หายเกือบเป็นปกติ  อึที่เคยเหลวก็เป็นก้อน  แต่ยังเรี่ยราดอยู่  ดีที่ไม่มาก  ฉี่ก็ยังมีแต่น้อย  สรุปแล้วหายเกือบเป็นปกติ  ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับพี่ๆและป้าๆแมวที่มีอยู่หลายตัว</p>
<p style="text-align: justify;">บุญชูเป็นแมวอารมณ์ดีแม่จะอาการทางร่างกายผิดปกติ  ชอบวิ่งเล่นและปีนป่ายเหมือนลูกแมววัยกำลังซนทั้งหลาย  ตอนนี้โตขึ้นขนยาวนุ่ม  หน้าตาสามเหลี่ยมได้สัดส่วน   จัดเป็นแมวที่สวยตัวหนึ่ง  และมีความสุขในบ้านของแมว</p>
<p style="text-align: justify;">บุญนำพาหรือวาสนาส่งก็ไม่อาจรู้ได้ที่บุญชูเข้ามาในบ้าน ทำให้มีโอกาสรอดชีวิตเติบโตเป็นแมวที่มีบ้าน  หากมีคนนำบุญชูมาปล่อยไว้เหมือนที่สันนิษฐาน ก็ต้องขอขอบคุณคนนั้นที่ได้ช่วยเหลือชีวิตลูกแมวตัวหนึ่ง  แม้จะไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายเริดหรู แต่ก็อบอุ่นและปลอดภัยพอสมควร</p>
<p style="text-align: justify;">เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะบุญชู  ตอนนี้ก็เป็น บุญชู สามสี ณ บ้านแมว เป็นลูกป๋าตัวหนึ่ง   โดยสมบูรณ์.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/how-a-bad-cat-become-a-good-cat" title="ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก (November 10, 2008)">ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก</a> (2)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-on-corridor" title="แมวระเบียง :  เรื่องจากผู้อ่าน โดย “ป๋านิล” (June 24, 2009)">แมวระเบียง :  เรื่องจากผู้อ่าน โดย “ป๋านิล”</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%99" title="เรื่องเศร้าของเจ้าแมวน้อย (June 3, 2008)">เรื่องเศร้าของเจ้าแมวน้อย</a> (1)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-herd" title="หมู่แมว (July 25, 2009)">หมู่แมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/kittens-are-friends-of-a-girl" title="ลูกแมวกับลูกคนเป็นเพื่อนกัน (June 6, 2009)">ลูกแมวกับลูกคนเป็นเพื่อนกัน</a> (1)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/story-of-boonchu-the-kitten/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/how-a-bad-cat-become-a-good-cat</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/how-a-bad-cat-become-a-good-cat#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 11:08:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[นิยายแมว]]></category>
		<category><![CDATA[ผูกมิตรกับแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cathome.kosolnet.com/?p=172</guid>
		<description><![CDATA[ไอ้เกเรเป็นแมวสีนน้ำตาลเข้ม ตัวใหญ่ แข็งแรง และมีนิสัยเกเรชอบไล่กัดแมวตัวอื่น เป็นแมวจรมาจากไหนไม่รู้  อยู่ๆก็โผล่มา เป็นนักเลงใหญ่  แสดงความป่าเถื่อนจนแมวที่บ้านแตกกระเจิง
	แรกๆนั้นนานๆผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  ต่อมาก็มาบ่อยขึ้น  ป้วนเปี้ยนอยู่นานขึ้น  ยิ่งนานก็ยิ่งแสดงการรุกล้ำสิทธิของผู้ที่อยู่ก่อน  ด้วยการยึดครองดื้อๆ ตอนที่คนไม่อยู่ พอคนกลับบ้านค่อยหนีห่างไป

	ชะรอยคงเห็นว่าที่บ้านนี้มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไอ้เกเรจึงต้องการยึดเป็นของตน  ด้วยการแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่เมื่อคนไล่
	“ชักเอาใหญ่แล้วนะแก ไอ้เกเร กัดแมวไม่พอยังจะกัดคนอีกเหรอ”
	ไอ้เกเรแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ ตาสีเหล็กดุดัน เขี้ยวยาวคมกริบ  แบบนี้ถ้าแมวตัวไหนโดนกัดก็คงเจ็บหนักไปหลายวัน
	ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้แมวเรเกรตัวนี้มาก  เป็นความรู้สึกไม่ชอบจริงๆ  เจอทีไรเป็นต้องขว้างก้อนหินขับไล่  ไอ้เกเรก็ดูเหมือนจะรู้ว่าผมไม่ชอบขี้หน้ามัน  เจอทีไรมันก็แยกเขี้ยวข่มขู่ทุกครั้ง แต่แมวรึจะสู้คนได้ เจอทั้งก้อนหินทั้งท่อนไม้ถึงจะกล้าแค่ไหนก็เผ่นแนบไปทุกครั้ง
	“อย่าไปโกรธเขานักเลย เขาเป็นแค่แมวเท่านั้น” ภรรยาบอก  “เป็นธรรมชาติของสัตว์ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด  คุณก็บอกเองนี่  เป็นเจ้าทฤษฎีแล้วทำไมไม่ทำใจบ้าง”
	“มันนิสัยไม่ดีมากๆ ชอบกัดตัวอื่น มันน่าจะกินกับเขาดีๆ  ขอกันกินดีๆ”  ผมยังโมโหไม่หาย
	“ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นแค่แมว”
	“แมวก็ไม่เว้น ถ้านิสัยไม่ดีก็ต้องลงโทษให้สาสม”  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไอ้เกเรเป็นแมวสีนน้ำตาลเข้ม ตัวใหญ่ แข็งแรง และมีนิสัยเกเรชอบไล่กัดแมวตัวอื่น เป็นแมวจรมาจากไหนไม่รู้  อยู่ๆก็โผล่มา เป็นนักเลงใหญ่  แสดงความป่าเถื่อนจนแมวที่บ้านแตกกระเจิง</p>
<p>	แรกๆนั้นนานๆผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  ต่อมาก็มาบ่อยขึ้น  ป้วนเปี้ยนอยู่นานขึ้น  ยิ่งนานก็ยิ่งแสดงการรุกล้ำสิทธิของผู้ที่อยู่ก่อน  ด้วยการยึดครองดื้อๆ ตอนที่คนไม่อยู่ พอคนกลับบ้านค่อยหนีห่างไป<br />
<span id="more-172"></span><br />
	ชะรอยคงเห็นว่าที่บ้านนี้มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไอ้เกเรจึงต้องการยึดเป็นของตน  ด้วยการแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่เมื่อคนไล่</p>
<p>	“ชักเอาใหญ่แล้วนะแก ไอ้เกเร กัดแมวไม่พอยังจะกัดคนอีกเหรอ”</p>
<p>	ไอ้เกเรแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ ตาสีเหล็กดุดัน เขี้ยวยาวคมกริบ  แบบนี้ถ้าแมวตัวไหนโดนกัดก็คงเจ็บหนักไปหลายวัน</p>
<p>	ผมรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้แมวเรเกรตัวนี้มาก  เป็นความรู้สึกไม่ชอบจริงๆ  เจอทีไรเป็นต้องขว้างก้อนหินขับไล่  ไอ้เกเรก็ดูเหมือนจะรู้ว่าผมไม่ชอบขี้หน้ามัน  เจอทีไรมันก็แยกเขี้ยวข่มขู่ทุกครั้ง แต่แมวรึจะสู้คนได้ เจอทั้งก้อนหินทั้งท่อนไม้ถึงจะกล้าแค่ไหนก็เผ่นแนบไปทุกครั้ง</p>
<p>	“อย่าไปโกรธเขานักเลย เขาเป็นแค่แมวเท่านั้น” ภรรยาบอก  “เป็นธรรมชาติของสัตว์ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด  คุณก็บอกเองนี่  เป็นเจ้าทฤษฎีแล้วทำไมไม่ทำใจบ้าง”</p>
<p>	“มันนิสัยไม่ดีมากๆ ชอบกัดตัวอื่น มันน่าจะกินกับเขาดีๆ  ขอกันกินดีๆ”  ผมยังโมโหไม่หาย</p>
<p>	“ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นแค่แมว”</p>
<p>	“แมวก็ไม่เว้น ถ้านิสัยไม่ดีก็ต้องลงโทษให้สาสม”  ผมยังเถียง  อีกฝ่ายเลยเงียบ คงรำคาญน่ะเอง</p>
<p>	ผมหาทางที่จะเล่นงานให้จังๆสักครั้ง แต่ไม่สบโอกาสสักที  มันฉลาดเป็นกรด  หลุดรอดไปได้ทุกครั้ง</p>
<p>	แต่ความพยายามอยู่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น ตรงกับสุภาษิตนี้เป๊ะเลย  เพราะในที่สุดไอ้เกเรก็เผลอจนได้  ทำให้โอกาสของผมมาถึง</p>
<p>	วันนั้นเป็นเช้าวันหยุด  ไอ้เกเรมาเงียบๆ  สังเกตได้ง่ายคือ ถ้าไอ้เกเรมาแมวทั้งหลายจะหลบกันไปจนเงียบกริบ  ผมมองผ่านกระจกออกมาดุตรงจานข้าวแมว  ไอ้เกเรกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางคงหิวจัด จึงไม่ระวังตัว</p>
<p>	ผมย่องไปหาด้วยฝีเท้าเบาเท่าที่จะทำได้  คงเป็นเพราะไอ้เกเรมัวแต่ใส่ใจกับอาหาร หรือเป็นเพราะฝีเท้าของผมเบาจนได้ที่ก็ไม่รู้  ทำให้สามารถเข้าไปใกล้ได้ระยะพอดี ผมจัดแจงเตะเข้าสีข้างไอ้เกเรเต็มแรง</p>
<p>	ไอ้เกเรกระเด็นไปตามแรงแตะ  ไม่มีเสียงร้องสักแอะ พอลุกขึ้นได้ก็จ้องหน้าผมนิ่ง  สายตาที่มองมานั้นเป็นสายตาที่ไม่เหมือนทุกครั้ง  ให้ตายเถอะ นั่นไม่ใช่สายตาของแมวเลย</p>
<p>	ผมเป็นฝ่ายงุนงงกับสายของไอ้เกเร  มันมองหน้าผมนิ่งโดยที่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ  สักพักไอ้เกเรก็ค่อยหันหลังให้ กระโดดขึ้นกำแพง  หันมามองผมอีกครั้ง แล้วกระโดดลงจากกำแพงอีกด้าน หายไปทันที</p>
<p>	ผมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้เกลียด ไม่ได้โกรธไอ้เกเรอีกแล้ว แต่เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ รู้สึกผิดที่ทำกับมันได้รุนแรงขนาดนั้น</p>
<p>เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์  เป็นเดือน ไอ้เกเรก็ยังไม่กลับมา  ผมยังจำสายตาและท่าทางครั้งสุดท้ายของไอ้เกเรได้ติดตา  เป็นสายตาที่สะกดให้ผมต้องชะงักงัน</p>
<p>	ไอ้เกเรเป็นแมว เป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่สายตาที่มองผมในวันนั้น วันที่ผมเตะให้เต็มหลังเท้า ไม่ใช่สายตาของแมว มันเหมือนสายตาของคนที่ตั้งคำถามกับผมเต็มๆว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้</p>
<p>	ผมอยากให้เกเรกลับมา  คราวนี้ผมจะไม่ทำอะไรที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงอีกแล้ว  สายตาของไอ้เกเรบอกผมว่า  การใช้ความรุนแรงแบบที่ผมทำนั้นไม่ถูกต้อง</p>
<p>	&#8220;ยังกะสายตาคนแน่ะ&#8221;  ผมบอกภรรยา  &#8220;เหมือนเขาตำหนิเราที่ทำแบบนั้น  เหมือนผู้ใหญ่ตำหนิเด็ก&#8221;</p>
<p>	ภรรยาผมแสดงความแปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นผมเปลี่ยนความคิดที่มีต่อไอ้เกเรแบบ 360 องศา</p>
<p>	&#8220;มากไป  เพ้อรึเปล่า&#8221;  เธอถาม  &#8220;ก็ดีนะที่คิดแบบนี้  แต่อย่าให้มากไป  ยังไงเขาก็เป็นสัตว์ เป็นแมว&#8221;</p>
<p>	&#8220;อยากให้กลับมาอีกจัง  จะได้ขอโทษ&#8221;  ผมหมายความเช่นนั้นจริงๆ</p>
<p>	ผ่านไปเป็นเวลานาน  คงประมาณสองหรือสามเดือนเห็นจะได้  ในที่สุด ไอ้เกเรก็กลับมา  ปรากฏตัวบนกำแพงตรงที่กระโดดขึ้นไปครั้งสุดท้ายเมื่อคราวก่อน  คราวนี้กระโดดลงมาแล้วเดินมาที่จานอาหารด้วยความมั่นใจ ก้มกินอาหารเม็ดในจานด้วยท่าทางอันสุขุม ระแวดระวัง</p>
<p>	ผมเดินเข้าไปหา  ไอ้เกเรเงยหน้าขึ้นมามอง  แยกเขี้ยวส่งเสียงขู่</p>
<p>	&#8220;ไม่เป็นไร ไม่ทำอะไรแล้ว ใจเย็นๆ&#8221; ผมพูดโดยพยายามทำเสียงให้นุ่มนวลที่สุด  &#8220;จะมาขอโทษน่ะ คราวที่แล้วที่เตะน่ะ ขอโทษนะ  ต่อไปนี้ไม่ทำอีกแล้ว&#8221;</p>
<p>	ไอ้เกเรยังคงทำท่าทางข่มขวัญไม่ให้ศัตรูเข้าใกล้  ผมถอยห่างออกมา  เมื่อมั่นใจว่าตัวเองไม่ถูกคุกคามแล้ว ไอ้เกเรจึงกินอาหารต่อ</p>
<p>	&#8220;กินไปเลย กินให้อิ่ม ไม่ต้องกลัว  เดี๋ยวจะเติมให้อีก&#8221;</p>
<p>	ผมเดินไปตักอาหารใส่จานเพิ่มให้  ไอ้เกเรกระโดดขึ้นไปยืนบนกำแพง  พอผมถอยออกมาก็กระโดดลงมากินอาหารต่อ</p>
<p>	ผมปล่อยให้ไอ้เกเรกินอาหารอย่างสบายใจ  วันต่อๆมาผมทำเหมือนเดิมอีกหลายครั้ง ในที่สุดไอ้เกเรก็ให้ความไว้วางใจเพิ่มขึ้น  ไม่แยกเขี้ยวขู่ขวัญ เพียงแต่เดินหลบไปห่างๆ  ผมพูดเชิญชวนให้กินอาหารทุกครั้งพร้อมกับขอโทษที่เคยทำไม่ดี ผมหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะเป็นเพื่อนกัน</p>
<p>	 ไอ้เกเรมากินอาหารถี่ขึ้น  บางวันวนเวียนอยู่ภายในบริเวณบ้าน  นิสัยก็ดีขึ้น ไม่รังแกแมวตัวอื่นๆแล้ว  ทั้งยังทักทายถูไถกันอย่างสนิทสนมเหมือนไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน กลายเป็นแมวเชื่องสำหรับแมวด้วยกัน<br />
แล้วในที่สุด วันที่ผมรอคอยก็มาถึง</p>
<p>วันนั้น ผมตัดสินใจทดสอบความเป็นมิตรกับไอ้เกเร  ขณะที่ไอ้เกเรกำลังนอนคลอเคลียกับเพื่อนแมว  ผมเดินเขาไปหา ไอ้เกเรลุกขึ้น มองผมเขม็ง</p>
<p>&#8220;มานี่มา  เราเป็นเพื่อนกันนะ  เห็นไหม ไม่มีก้อนหินเลย  มาจับมือกันหน่อย&#8221;</p>
<p>ไอ้เกเรถอย  ผมนั่งยองๆค่อยๆขยับตาม  ยื่นมือไปหา  ปากก็พูดด้วยเสียงนุ่มนวลพอๆกับตอนจีบภรรยานั่นแหละ</p>
<p>&#8220;ไม่ต้องกลัว  มาเป็นเพื่อกันนะ ขอโทษ  มาอยู่บ้านด้วยกันไหม เพื่อนๆเขาอยากให้อยู่ด้วย&#8221;</p>
<p>ในที่สุดไอ้เกเรก็หยุด  ผมยื่นมือเข้าไปใกล้ๆ  ไอ้เกเรยื่นหน้ามาหา เอาจมูกมาดมแล้วถอย  แล้วกลับมาดมอีก ผมก็ยังคงพูดไปเรื่อยๆไม่หยุด  แอบดีใจ</p>
<p>ผ่านครู่ใหญ่ๆ  ไอ้เกเรเอาหน้ามาถูมือผม  จากหน้าก็เป็นลำตัว  จากนั้นก็ถอยออกไปยืนอยู่ห่างๆ</p>
<p>ผมดีใจออกนอกหน้า  ยิ้มให้ไอ้เกเร ปากก็พูดไปเรื่อย</p>
<p>หลังจากออกไปยืนดูผมอยู่ครู่หนึ่ง  ไอ้เกเรก็กลับเข้ามาอีก  คราวนี้เอาจมูกมาถูมือไปมา ผมเกาคางให้  ไอ้เกเรแสดงความพอใจเป็นอย่างยิ่ง  เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ผมเกาหลังให้ ไอ้เกเรนอนแผละลงกับพื้น ให้เกาพุงแต่โดยดี</p>
<p>ผมแทบจะร้องไชโยด้วยความดีใจเป็นที่สุด</p>
<p>ในที่สุด คู่แค้นก็กลายเป็นเพื่อนกันแล้ว</p>
<p>หลังจากนั้นอีกไม่นานนัก ไอ้เกเรก็ยอมให้อุ้ม  เริ่มเข้ามานัวเนียพันแข้งพันขา กลายเป็นแมวเชื่อง เป็นมิตรทั้งกับคนและกับแมวด้วยกัน</p>
<p>คนเป็นกลางคือภรรยาของผม เธอก็ยินดีกับมิตรภาพของเรา</p>
<p>&#8220;คนจะได้เลิกทะเลาะกับแมวซะที&#8221; เธอว่า &#8220;เห็นไหมล่ะ ความรักความเมตตานะ เอาชนะได้แม้กระทั่งแมวดุ&#8221;</p>
<p>ไอ้เกเรกลายเป็นสมาชิกอีกตัวหนึ่งของบ้านเรา  แต่เป็นสมาชิกที่ชอบเที่ยวมากที่สุด  ถึงแม้จะเป็นแมวที่มีบ้านแล้ว แต่ก็ยังชอบเดินทางไปโน่นไปนี่  หายไปเป็นเวลานานจึงกลับมา</p>
<p>&#8220;บ้านของเราอาจจะเป็นอีกบ้านหนึ่งของเขาก็ได้&#8221; ภรรยาผมสันนิษฐาน &#8221; เขาคงเกิดมาเพื่อการเดินทาง&#8221;</p>
<p>ผมเห็นไม่ต่างจากที่เธอตั้งข้อสังเกต  บ้านเราอาจเป็นเพียงจุดแวะพักระหว่างทาง  แมวก็คงไม่ต่างจากคน  มีคนประเภทหนึ่งที่เกิดมาเพื่อการเดินทาง เกิดมาเพื่อเสาะหาดินแดนใหม่ๆที่ไม่เคยพบเห็นแล้วกลับมาเล่าให้คนอื่นๆฟัง  แมวก็เช่นกัน ไอ้เกเรอาจจะเล่าเรื่องราวผจญภัยในดินแดนใหม่ๆให้เพื่อนแมวฟังทุกครั้งที่ผ่านมาพักที่บ้านเรา</p>
<p>คืนหนึ่ง ในขณะที่ผมกับภรรยากำลังจะเข้านอน  เสียงไอ้เกเรมาร้องเรียก  หลังจากที่หายไปหลายวัน  เป็นเสียงร้องที่ผิดแปลกไปจากทุกครั้ง เหมือนกำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่ผิดปกติ</p>
<p>&#8220;ออกไปดูเขาหน่อยสิ  สงสัยจะหิวมาเต็มที&#8221; ภรรยาผมตั้งข้อสันนิษฐานเมื่อได้ยินเสียงเรียก  จำได้ว่าเป็นเสียงไอ้เกเร<br />
ผมออกไปดู  ไอ้เกเรผมจนเห็นซี่โครง  เมื่อเห็นหน้ากัน ทั้งคนทั้งแมวเดินไปหาอีกฝ่ายหนึ่ง  เห็นแล้วผมรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ</p>
<p>&#8220;ทำไมผอมโซยังงี้  ไม่ได้กินข้าวมากี่วันแล้วนี่เรา&#8221;</p>
<p>ผมทักขณะที่เดินไปหา  ดูดีๆจึงเห็นว่าไอ้เกเรเดินเขยกๆ  &#8220;ไปฟัดกับใครมาล่ะสิ&#8221;</p>
<p>แต่ผมเข้าใจผิด เมื่อไอ้เกเรเอาตัวมาถูกไถ  จึงเห็นว่า  ที่ข้อเท้ามีอะไรผูกอยู่</p>
<p>&#8220;ไหนดูซิ  อ้าวเฮ้ย ใครวะทำแบบนี้&#8221;</p>
<p>ผมพูดเสียงดังเมื่อเห็นว่าเป็นอะไร  ของที่ผูกข้อเท้าไอ้เกเรนั้นคือพลาสติกที่ใช้รัดของที่เชื่อมด้วยความร้อน แบบที่นิยมใช้รัดห่อหนังสือ  แต่นี่ใช้มัดขาแมว  ฝังเข้าไปในเนื้อ  ดูลักษณะบาดแผลเกิดขึ้นหลายวันแล้ว</p>
<p>ผมแก้มัดแล้วแกะออกมา  ไอ้เกเรยอมให้แก้มัดโดยดี  เลือดซึมออกมาจากแผล  คงเจ็บปวดทรมานไม่น้อย</p>
<p>คราวนี้ไอ้เกเรพักอยู่นานนับเดือน  แผลหายสนิท  อ้วนท้วนขึ้น ขนมันวับ  กลายเป็นแมวหนุ่มแข็งแรงปราดเปรียวเหมือนเดิม<br />
ผมคิดเอาเองว่า คราวนี้ไอ้เกเรคงไม่ไปไหนอีกแล้ว  คงเข็ดที่โดนคนเอเชือกพลาสติกมัดขาจนเกิดแผล  คงไม่อยากไปไหนอีก  เพราะอยู่ที่นี่ไม่มีคนคิดร้ายแล้ว มีแต่คนรัก มีแต่เพื่อน</p>
<p>วันหยุดวันหนึ่ง  ขณะที่ผมกับภรรยากำลังช่วยกันทำความสะอาดบ้าน  ได้ยินเสียงไอ้เกเรร้องเรียก</p>
<p>&#8220;เอ  ร้องทำไม  ก็เมื่อเช้ายังเห็นกินข้าวกับเพื่อนๆดีๆนี่นะ&#8221;</p>
<p>ผมบ่นพึมพำงึมงำกับตัวเองขณะเดินออกไปดูเจ้าของเสียง  ไอ้เกเรรอผมอยู่ตรงจานอาหารเม็ด</p>
<p>&#8220;ทำไม จะกินข้าวอีกเหรอ  กินจุนะเรานี่&#8221;</p>
<p>ไอ้เกเรเดินเข้ามาถูไถไม่ยอมห่าง  เกาคางก็แล้ว เกาหลังก็แล้ว เกาพุงให้ก็แล้ว ไม่ยอมหยุด  ปากก็ร้องเหมียวๆหม่าวๆอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>&#8220;อะไรล่ะ&#8221;  ผมอุ้มมาวางบนตัก  เพราะคิดว่าคงจะทำให้นิ่งได้  ทุกครั้งที่ผ่านมาจะชอบแบบนี้มาก  ถ้าอุ้มมาวางบนตักจะทำท่าหงายท้องให้เกาพุง  แต่คราวนี้ไม่  เพราะกระโดดลงจากตัก เดินเอาตัวถูไถไม่ยอมหยุด</p>
<p>&#8220;เอาๆ คุณพี่ จะเอายังไงก็ว่ามา  เดี๋ยวจะไปถูบ้านต่อ  ช่วยแม่เขาถูบ้านน่ะ&#8221;</p>
<p>ในที่สุดก็หยุด  เดินตรงไปที่กำแพง  หันมามองหน้า แล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนกำแพงที่เดียวกับตอนขามา</p>
<p>&#8220;จะไปเที่ยวอีกแล้วใช่ไหม&#8221;</p>
<p>ไอ้เกเรไม่ตอบ  หนึ่งคนกับหนึ่งแมวมองหน้ากันนิ่งอยู่  ในที่สุด แมวก็หันหลังให้กระโดดลงจากกำแพงหายลับไป นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เห็น ผ่านไปหลายปี ไอ้เกเรไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านอีกเลย</p>
<p>ไอ้เกเรแมวเถื่อน แมวพเนจร ที่ทำให้ศัตรูกลายเป็นเพื่อน &#8212; ทำให้คนที่เกลียดกลับมารัก</p>
<p><strong>จากบทของผู้ร้ายในตอนต้นจนกลายเป็นพระเอกตอนจบ &#8211;ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าเหลือเกินนะไอ้เกเร.</strong></p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ป๋าดอน (November 10, 2008)">ป๋าดอน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ทาโร่ ซามูไรแม่ลูกอ่อน (November 10, 2008)">ทาโร่ ซามูไรแม่ลูกอ่อน</a> (5)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ศึกแม่ลูกอ่อน (November 10, 2008)">ศึกแม่ลูกอ่อน</a> (1)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99" title="มาด้วยกัน ไปด้วยกัน (November 10, 2008)">มาด้วยกัน ไปด้วยกัน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/a-hut-in-the-city-with-cats-and-kittens" title="ตูบซีเมนต์กลางป่าตึกที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่น (November 5, 2008)">ตูบซีเมนต์กลางป่าตึกที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่น</a> (2)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/how-a-bad-cat-become-a-good-cat/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทาโร่ ซามูไรแม่ลูกอ่อน</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 04:01:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[นิยายแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมวเลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cathome.kosolnet.com/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[ความรักของแม่นั้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ก็เป็นไปอย่างเดียวกัน นั่นคือ แม่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อลูก แม้แต่ชีวิตของตัวเองก็ยอมสละเพื่อลูกได้ ข้อนี้ไม่ใช่คำพูดที่มุ่งหมายจะยกย่องแม่เกินเหตุ หรือเป็นเชิงเปรียบเทียบ
ชีวิตของแม่นั้นย่อมพร้อมที่จะสละเพื่อลูก นี่เป็นความจริง เว้นแต่แม่ที่เป็นพวกกลายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมในทางตรงกันข้ามซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น
เรื่องความรักของแม่จึงมีเล่าขานไม่สิ้นสุด ดังเรื่องของท่าโร่ที่จะเล่าต่อไปนี้ ซึ่งเกิดขึ้นนานมาแล้ว

ก่อนที่ทาโร่จะได้ชื่อทาโร่นั้น ทาโร่เป็นแมวจรมาจากที่ใดไม่ทราบได้  มีอยู่วันหนึ่ง  สำนักงานเล็กๆของพวกเราซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยด้วย ได้ต้อนรับทาโร่
ท่าโร่วิ่งหนีนักเลงประจำซอย  อันได้แก่ฝูงหมาซึ่งมีไอ้แดงเพศผู้ตัวใหญ่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ ลอดช่องประตูเข้ามาในบริเวณบ้าน ทาโร่เข้ามาแอบอยู่ในซอกระหว่างกระถางต้นไม้กับโคนมะม่วงด้วยอาการตัวสั่นงันงก บรรดานักเลงประจำซอยป้วนเปี้ยนดูลาดเลาอยู่หน้าบ้าน   เมื่อเห็นว่าทาโร่ไม่ออกไปแน่นอนแล้วจึงยกฝูงออกลาดตระเวณหาเหยื่อใหม่ต่อไป
พี่ณัฐซึ่งเป็นคนเลี้ยงแมวมานาน เห็นแมวหนีตายเข้ามาในบริเวณบ้านจึงออกไปดู พร้อมกับถือถุงปลาหมึกเส้นทาโร่ของโปรดไปด้วย  ด้วยปลาหมึกเส้นทาโร่นั่นเองที่ทำให้คนกับแมวเป็นเพื่อนกัน
พี่ณัฐซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว สำรวจร่างกายผู้มาใหม่แล้วบอกว่า เป็นแมวที่คุ้นคนมาก แสดงว่าเป็นแมวที่มีเจ้าของที่ฝึกแมวดี เป็นมิตรกับคน อาจหลงมา และที่สำคัญเธอเป็นแมวสาว สีขาวสลับดำ และท้องอ่อนๆ
	“อ้าว แบบนี้บ้านฉันก็ต้องเป็นโรงเลี้ยงแมวเด็กล่ะสิเนี่ย” พี่สมเกียรติเจ้าของบ้าน เจ้าของสำนักงาน และเป็นเจ้านายของพวกเราพูดขึ้น
	“เถอะนะพี่ โบราณว่าสัตว์สองเท้าสี่เท้าเข้าบ้านเป็นมงคล” ผมแสดงความเห็น รู้สึกถูกชะตากับทาโร่ขึ้นมาด้วย
	“ก็แหงล่ะ สัตว์สองเท้าสี่เท้า มันจะมีสัตว์อะไรที่มีสามเท้าห้าเท้าบ้างวะ” พี่สมเกียรติว่ามุขขำๆ “อยู่ก็อยู่นะทาโร่  อย่าทำข้าวของเสียหายล่ะ”
เจ้าทาโร่มองหน้าส่งสายตาซึ้งให้เจ้าสำนัก  เอาตัวเข้าไปถูขากางเกงแสดงความเป็นเจ้าของในทันที นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทาโร่จึงได้ชื่อว่าทาโร่เพราะชอบกินทาโร่เหมือนพี่ณัฐ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความรักของแม่นั้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ก็เป็นไปอย่างเดียวกัน นั่นคือ แม่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อลูก แม้แต่ชีวิตของตัวเองก็ยอมสละเพื่อลูกได้ ข้อนี้ไม่ใช่คำพูดที่มุ่งหมายจะยกย่องแม่เกินเหตุ หรือเป็นเชิงเปรียบเทียบ</p>
<p>ชีวิตของแม่นั้นย่อมพร้อมที่จะสละเพื่อลูก นี่เป็นความจริง เว้นแต่แม่ที่เป็นพวกกลายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมในทางตรงกันข้ามซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น</p>
<p>เรื่องความรักของแม่จึงมีเล่าขานไม่สิ้นสุด ดังเรื่องของท่าโร่ที่จะเล่าต่อไปนี้ ซึ่งเกิดขึ้นนานมาแล้ว<br />
<span id="more-170"></span><br />
ก่อนที่ทาโร่จะได้ชื่อทาโร่นั้น ทาโร่เป็นแมวจรมาจากที่ใดไม่ทราบได้  มีอยู่วันหนึ่ง  สำนักงานเล็กๆของพวกเราซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยด้วย ได้ต้อนรับทาโร่</p>
<p>ท่าโร่วิ่งหนีนักเลงประจำซอย  อันได้แก่ฝูงหมาซึ่งมีไอ้แดงเพศผู้ตัวใหญ่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ ลอดช่องประตูเข้ามาในบริเวณบ้าน ทาโร่เข้ามาแอบอยู่ในซอกระหว่างกระถางต้นไม้กับโคนมะม่วงด้วยอาการตัวสั่นงันงก บรรดานักเลงประจำซอยป้วนเปี้ยนดูลาดเลาอยู่หน้าบ้าน   เมื่อเห็นว่าทาโร่ไม่ออกไปแน่นอนแล้วจึงยกฝูงออกลาดตระเวณหาเหยื่อใหม่ต่อไป</p>
<p>พี่ณัฐซึ่งเป็นคนเลี้ยงแมวมานาน เห็นแมวหนีตายเข้ามาในบริเวณบ้านจึงออกไปดู พร้อมกับถือถุงปลาหมึกเส้นทาโร่ของโปรดไปด้วย  ด้วยปลาหมึกเส้นทาโร่นั่นเองที่ทำให้คนกับแมวเป็นเพื่อนกัน</p>
<p>พี่ณัฐซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว สำรวจร่างกายผู้มาใหม่แล้วบอกว่า เป็นแมวที่คุ้นคนมาก แสดงว่าเป็นแมวที่มีเจ้าของที่ฝึกแมวดี เป็นมิตรกับคน อาจหลงมา และที่สำคัญเธอเป็นแมวสาว สีขาวสลับดำ และท้องอ่อนๆ<br />
	“อ้าว แบบนี้บ้านฉันก็ต้องเป็นโรงเลี้ยงแมวเด็กล่ะสิเนี่ย” พี่สมเกียรติเจ้าของบ้าน เจ้าของสำนักงาน และเป็นเจ้านายของพวกเราพูดขึ้น<br />
	“เถอะนะพี่ โบราณว่าสัตว์สองเท้าสี่เท้าเข้าบ้านเป็นมงคล” ผมแสดงความเห็น รู้สึกถูกชะตากับทาโร่ขึ้นมาด้วย<br />
	“ก็แหงล่ะ สัตว์สองเท้าสี่เท้า มันจะมีสัตว์อะไรที่มีสามเท้าห้าเท้าบ้างวะ” พี่สมเกียรติว่ามุขขำๆ “อยู่ก็อยู่นะทาโร่  อย่าทำข้าวของเสียหายล่ะ”</p>
<p>เจ้าทาโร่มองหน้าส่งสายตาซึ้งให้เจ้าสำนัก  เอาตัวเข้าไปถูขากางเกงแสดงความเป็นเจ้าของในทันที นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทาโร่จึงได้ชื่อว่าทาโร่เพราะชอบกินทาโร่เหมือนพี่ณัฐ  และไม่ยอมไปไหน ยึดเอาสำนักงานของเราเป็นที่อาศัยไปอย่างถาวร</p>
<p>ในฐานะที่พี่ณัฐมีประสบการณ์ในการเลี้ยงแมวมากกว่า จึงรับหน้าที่เป็นผู้อภิบาลทาโร่ นั่นคือ พาทาโร่ไปฝากครรภ์ที่คลินิคปากซอย  เอาอาหารให้กินโดยมีเมนูพิเศษของโปรดทั้งคนทั้งแมวคือปลาหมึกเส้นทาโร่ คอยเกาคาง นวดเนื้อตัวให้ ภาพที่คุ้นเคยของพวกเราก็คือ พี่ณัฐนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานไปกินปลาหมึกทาโร่ไปป้อนแมวไปด้วย โดยมีแมวนั่งอยู่บนตักบ้าง หมอบอยู่ข้างๆบ้าง</p>
<p>บางครั้งพี่ณัฐก็นั่งอยู่หน้าจอไม่ลุกไปไหนเป็นเวลานาน เพราะทาโร่ยังนอนหลับบนตัก  เมื่อทาโร่หลับจนพอใจแล้วจึงกระโดดลงไปบิดขี้เกียจที่พื้น พี่ณัฐลุกขึ้นเดินลิ่วไปเข้าห้องน้ำ<br />
	“ทำไมอั้นเสียหน้าเขียวล่ะพี่” ผมถามหลังจากพี่ณัฐหน้าบานออกมาจากห้องน้ำ “แหมอึดยังกะบรูช  วิลลิส ใน Die Hard” (คิดดูว่าเรื่องนี้เกิดนานแค่ไหน ก็สมัย Die Hard โน่นแหนะ)<br />
	“เกรงใจทาโร่มัน” พี่ณัฐตอบ “กลัวมันจะตื่น”</p>
<p>ต่อมาทาโร่คลอดลูกออกมาสามตัว สีเหมือนแม่  ผู้อภิบาลจึงมีงานเพิ่มขึ้นอีก ต้องคอยดูแลลูกแมวด้วย  ตอนที่เล็กๆอยู่ไม่ยุ่งเท่าไร พอโตขึ้นวิ่งเล่นได้นี่แหละจึงมีเรื่อง</p>
<p>บรรดานักเลงประจำซอยนำโดยไอ้แดงมาป้วนเปี้ยนบ่อยขึ้น คงเห็นลูกแมวเป็นเหยื่อ แมวน้อยทั้งสามก็ชอบมุดออกไปข้างนอก  แม่ทาโร่ต้องคอยออกไปคาบลูกเข้ามาไว้ในเขตปลอดภัย  ส่งเสียงเหมียวๆสูงๆต่ำๆ  เหมือนเป็นกำลังสอนหรือดุลูกให้รู้ว่ามีอันตราย  แต่ลูกแมวก็เหมือนลูกคน คือไม่ค่อยจะเชื่อฟังพ่อแม่</p>
<p>แล้วคืนหนึ่งก็ได้เรื่อง  พี่สมเกียติเล่าว่า  ได้ยินเสียงทาโร่ทะเลาะกับฝูงไอ้แดง  จึงรีบลงมาดู  แต่ช้าไปแล้ว  เจ้าเหมียวเล็กสองตัวโดนหมาหมู่รุมฟัดจนยับเยิน  ตายสนิทคาที่<br />
	“ทาโร่ร้องหาลูกทั้งคืน สงสารมันจริงๆ” พี่สมเกียรติบอกด้วยเสียงเศร้าๆ</p>
<p>เหลือลูกเพียงตัวเดียว ทาโร่ดูแลไม่ยอมให้คลาดสายตา  ถึงตอนนี้ไม่ค่อยมานั่งตักและกินทาโร่กับพี่ณัฐแล้ว อยู่กับลูกแทบตลอดเวลา  เจ้าตัวเล็กก็ทำตัวเป็นเด็กดี ไม่ยอมมุดออกไปซนนอกเขตรั้วบ้านแล้ว  ทางฝ่ายนักเลงประจำซอยก็ไม่ค่อยมารบกวนอีก  คงหนำใจแล้วที่ได้กระทำฆาตกรรมลูกแมวไปสองศพ</p>
<p>แต่ความสงบคงอยู่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น  หลังจากหยุดไปหลายวัน พวกเรากลับมาทำงาน ก็ได้รับข่าวร้ายของทาโร่</p>
<p>ทาโร่ออกไปฟัดกับฝูงนักเลงเพื่อปกป้องลูกน้อยที่ออกไปซนข้างนอกรั้ว  พอคนลงมาไล่ฝูงหมาไปแล้ว  ทาโร่จึงเข้ามาในบริเวณบ้าน<br />
	“มันพยายามคาบลูกเข้ามา  ตัวเองไส้ทะลัก  ร้านหมอก็ปิด ช่วยไม่ทัน  มันตายกับลูก”  เจ้าสำนักของเราบอกข่าวแสนเศร้า</p>
<p>ตอนมีชีวิตอยู่ทาโร่อยู่ใกล้ลูกๆ คอยปกป้องลูกของตน  ตอนตายทาโร่ก็ได้อยู่กับลูกในผืนดินที่โคนมะม่วงตรงที่ทาโร่เข้ามาหลบฝูงหมาในวันแรกที่หนีเข้ามาในบ้านนั่นเอง</p>
<p>นึกถึงเรื่องทาโร่ทีไร ผมนึกถึงหนังเรื่องซามูไรพ่อลูกอ่อน ทาโร่ก็ไม่ต่างจากซามูไรคนนั้น แต่เป็นซามูไรแม่ลูกอ่อน</p>
<p>เป็นแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อลูกได้จริงๆ.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/how-a-bad-cat-become-a-good-cat" title="ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก (November 10, 2008)">ไอ้เกเร : ผู้ร้ายที่กลายเป็นพระเอก</a> (2)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ป๋าดอน (November 10, 2008)">ป๋าดอน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ศึกแม่ลูกอ่อน (November 10, 2008)">ศึกแม่ลูกอ่อน</a> (1)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99" title="มาด้วยกัน ไปด้วยกัน (November 10, 2008)">มาด้วยกัน ไปด้วยกัน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/a-hut-in-the-city-with-cats-and-kittens" title="ตูบซีเมนต์กลางป่าตึกที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่น (November 5, 2008)">ตูบซีเมนต์กลางป่าตึกที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่น</a> (2)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศึกแม่ลูกอ่อน</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 03:59:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[นวนิยายแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมวแม่ลูกอ่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cathome.kosolnet.com/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[แม่เสือออกลูกมาสามตัว มีลายเสือสองตัวและขาวดำหนึ่งตัว เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด จนลูกทั้งสามอ้วนท้วนสมบูรณ์  ขนเป็นมัน  เวลากินนมก็เบียดกันดูดเต้าเรียงแถวเป็นระเบียบ แม่เสือนอนให้นมลูกอย่างสบายอุรา
เมื่อคนเดินเข้าไปดู  ลูบตัวเจ้าลูกแมวทั้งสาม แม่เสือผงกหัวขึ้นมามอง พอรู้ว่าเป็นคนเลี้ยงก็กลับไปนอนอย่างสบายอารมณ์ต่อไป  ปล่อยให้คนดูด้วยความสะดวก

	ประสบการณ์เลี้ยงลูกของแม่เสือนั้น ผ่านมาหลายรุ่นแล้ว ลูกแม่เสือพอโตแล้วก็เหมือนแมวตัวอื่นๆของบ้าน คือออกไปเที่ยวเตร่ตามประสาแมวที่สิทธิ เสรีภาพ อธิปไตยเหนือดินแดนของตน  แรกๆก็ไปใกล้ๆแล้วกลับมา ต่อมาก็ไปไกลๆเป็นวันๆค่อยกลับมา  นานเข้าก็ไปท่องโลกกว้างไม่กลับมาเลย
	พอลูกโตแม่เสือก็มีลูกอีก ตามประสาแมวที่ยังไม่หมดไฟ  ว่าไปแล้วไปของแม่เสือมีเหลือเฟือ  เพราะมีลูกบ่อย ปีหนึ่งก็หลายรุ่น  แต่แม่เสือก็ยังสาวปิ๊ง  หนุ่มๆมาหง่าวได้หง่าวดี  หง่าวทีไรได้เรื่องทุกที
	แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีปัญหา มาคราวนี้ปัญหาเกิดขึ้นเสียแล้ว
	นั่นคือ แม่นุ่มนิ่ม แมวสาวเกิดคลอดลูกไล่ๆกับแม่เสือ  นุ่มนิ่มเป็นแมวสาวท้องแรก สีขาวปนน้ำตาลมีจุดที่ใบหน้า หู  หาง  เท้า  ตาสีฟ้า ออกไปทางวิเชียรมาศแต่ไม่สมบูรณ์  กิริยาท่าทางของเธอนับว่าเป็นผู้ดีอยู่มาก  เดินเหินมีสง่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แม่เสือออกลูกมาสามตัว มีลายเสือสองตัวและขาวดำหนึ่งตัว เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด จนลูกทั้งสามอ้วนท้วนสมบูรณ์  ขนเป็นมัน  เวลากินนมก็เบียดกันดูดเต้าเรียงแถวเป็นระเบียบ แม่เสือนอนให้นมลูกอย่างสบายอุรา</p>
<p>เมื่อคนเดินเข้าไปดู  ลูบตัวเจ้าลูกแมวทั้งสาม แม่เสือผงกหัวขึ้นมามอง พอรู้ว่าเป็นคนเลี้ยงก็กลับไปนอนอย่างสบายอารมณ์ต่อไป  ปล่อยให้คนดูด้วยความสะดวก<br />
<span id="more-168"></span><br />
	ประสบการณ์เลี้ยงลูกของแม่เสือนั้น ผ่านมาหลายรุ่นแล้ว ลูกแม่เสือพอโตแล้วก็เหมือนแมวตัวอื่นๆของบ้าน คือออกไปเที่ยวเตร่ตามประสาแมวที่สิทธิ เสรีภาพ อธิปไตยเหนือดินแดนของตน  แรกๆก็ไปใกล้ๆแล้วกลับมา ต่อมาก็ไปไกลๆเป็นวันๆค่อยกลับมา  นานเข้าก็ไปท่องโลกกว้างไม่กลับมาเลย</p>
<p>	พอลูกโตแม่เสือก็มีลูกอีก ตามประสาแมวที่ยังไม่หมดไฟ  ว่าไปแล้วไปของแม่เสือมีเหลือเฟือ  เพราะมีลูกบ่อย ปีหนึ่งก็หลายรุ่น  แต่แม่เสือก็ยังสาวปิ๊ง  หนุ่มๆมาหง่าวได้หง่าวดี  หง่าวทีไรได้เรื่องทุกที</p>
<p>	แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีปัญหา มาคราวนี้ปัญหาเกิดขึ้นเสียแล้ว</p>
<p>	นั่นคือ แม่นุ่มนิ่ม แมวสาวเกิดคลอดลูกไล่ๆกับแม่เสือ  นุ่มนิ่มเป็นแมวสาวท้องแรก สีขาวปนน้ำตาลมีจุดที่ใบหน้า หู  หาง  เท้า  ตาสีฟ้า ออกไปทางวิเชียรมาศแต่ไม่สมบูรณ์  กิริยาท่าทางของเธอนับว่าเป็นผู้ดีอยู่มาก  เดินเหินมีสง่า ท่าทีเรียบร้อย  ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่านุ่มนิ่ม นุ่มนิ่มมีลูกสามตัวเหมือนแม่เสือ แต่สองตัวสีขาวดำ อีกตัวสีขาวเหมือนแม่</p>
<p>ที่บ้านทำที่นอนให้แมวไว้รอบบ้าน มีทั้งคอนโดที่เอาไม้กระดานวางซ้อนเป็นชั้น  มีทั้งบ้านเดี่ยวที่ใช้ลังกระดาษปูด้วยผ้าขี้ริ้ววางไว้ตามซอกตามมุมต่างๆ  ใต้ม้าหินนั่งเล่นก็มี ดังนั้น รอบๆบ้านจึงมีแต่แมว จนพวกแมลงสาป จิ้งจก ไม่ค่อยได้โผล่หน้าออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน เพราะเผลอออกมาทีไรเป็นเจอฝูงแมวไล่โห่</p>
<p>แม่เสือกับนุ่มนิ่มต่างเลี้ยงลูกอยู่ในที่ใครที่มัน แต่เรื่องเกิดขึ้นเพราะต่างคนต่างย้ายลูกไปมาตามนิสัยของแมว  เหตุวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองย้ายลูกมาเลี้ยงอยู่ใกล้ชิดติดกัน จึงเกิดหลงลืมลูกขึ้น</p>
<p>ไม่รู้ว่าใครหลงลืมก่อน  ไปคาบลูกของอีกฝ่ายหนึ่งมาไว้กับลูกของตน อีกฝ่ายก็คาบคืนไปบ้าง โดยเอาไปทุกตัว ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าลูกใครเป็นลูกใคร มั่วกันไปหมด ต่างฝ่ายต่างแย่งกันอุตลุด</p>
<p>ทั้งสองแม่แย่งลูกกันนานแค่ไหนก็ไม่รู้ได้ กว่าคนจะสังเกตเห็นว่าแม่แมวตัวหนึ่งคาบลูกไปไว้ที่ของตัว อีกตัววิ่งตาม พอแม่หนึ่งวางแม่หนึ่งก็คาบกลับ เป็นอยู่อย่างนี้หลายเที่ยว</p>
<p>ร้อนถึงคนต้องออกหย่าศึก แบ่งลูกแมวให้แม่ทั้งสอง ลูกใครลูกมัน พร้อมกับบอกให้รู้ว่าลูกใครเป็นลูกใคร</p>
<p>“นี่น่ะลูกนุ่มนิ่มนะ นี่ สามตัวนี้ เลี้ยงให้ดีๆ อีกสามตัวเป็นลูกแม่เสือ เข้าใจมั้ย”</p>
<p>จากนั้นก็ไปหาแม่เสือ บอกว่า นี่เป็นลูกแม่เสือ ตัวอื่นเป็นลูกนุ่มนิ่ม อย่าไปแย่งเขานะ</p>
<p>แม่แมวทั้งสองนอนหอบฟังคนพูด  ท่าทางจะเหนื่อยเหมือนกัน  คงแย่งกันนานแล้ว ลูกๆไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต่างดูนมแม่กันอร่อยๆ<br />
คิดว่าแม่แมวทั้งสองจะรู้เรื่อง แต่ปรากฏว่าพอหายเหนื่อยก็เริ่มยุทธการแย่งลูกกันอีก กลายเป็นศึกแม่ลูกอ่อนชิงลูก เดือดร้อนคนต้องออกไปหย่าศึกแบ่งลูกให้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็เป็นเหมือนเดิม หลายครั้งเข้าคนก็เหนื่อย ท้อใจ ไม่รู้จะจัดการยังไง<br />
“โอ๊ย ป๋าเหนื่อยแล้วนะเสือ นุ่มนิ่ม จะเอายังไงกันเนี่ย ไม่เห็นใจคนเลยแมวพวกนี้” ป๋าบ่น แต่แมวไม่สนใจ  “เอางี้ก็แล้วกัน แบ่งกันเองให้ลงตัวนะ ป๋าไม่ยุงแล้ว”</p>
<p>ตัดใจมานอนดูหนัง HBO ต่อ แหม หนังกำลังสนุก บักวิน ดีเซล พระเอกหน้าทู่กำลังพะบู๊เหล่าร้ายใน XXX กลับมาเกือบไม่ทันได้ดูตอนจบ</p>
<p>หนูหนังจบก็ดูรายการอื่นอีกจนลืมศึกแม่ลูกอ่อน ผ่านไปนานจึงนึกได้ ก็รีบออกมาดู</p>
<p>เหตุการณ์จบลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แม่แมวทั้งสองยุติศึกกันแล้ว  ด้วยการรวมลูกเข้าเป็นครอกเดียว แม่หนึ่งนอนให้นมลูก อีกแม่หนึ่งนอนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ  ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูแลลูกโดยไม่แย่งกันอีกเลย</p>
<p>ผ่านไปหลายวัน พฤติกรรมก็เป็นเหมือนเดิม คือช่วยกันเลี้ยงลูก  เป็นที่น่าทึ่งสำหรับคนมาก เลี้ยงแมวมาหลายปี มีแม่ลูกอ่อนหลายตัว แต่ไม่เหมือนแม่ลูกอ่อนคู่นี้มาก่อนเลย</p>
<p>จะย้ายลูกไปที่ไหนก็สามัคคีกันแบบนั้น</p>
<p>“โชคดีของเจ้าเหมียวน้อยรุ่นนี้ที่มีแม่ที่ละสอง ท่าทางจะอ้วนเป็นหมูล่ะทีนี้ พิลึกแมวจริงๆ” คนได้แต่พึมพำด้วยความประหลาดใจแกมทึ่งผสมความโล่งใจเป็นที่สุด.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-9-%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87" title="บ้านของแมว ๙ : แย่งชิง (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๙ : แย่งชิง</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%98-%e0%b8%9c%e0%b8%88%e0%b8%8d%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2" title="บ้านของแมว ๘ : ผจญภัย (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๘ : ผจญภัย</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%97-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b0" title="บ้านของแมว ๗: เป็นหมันซะแล้ว (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๗: เป็นหมันซะแล้ว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%96-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87" title="บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%95-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94" title="บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง! (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง!</a> (2)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาด้วยกัน ไปด้วยกัน</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 03:56:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[นิยายแมว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านของแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cathome.kosolnet.com/?p=166</guid>
		<description><![CDATA[แม่เสือเป็นแมวสาวอีกตัวหนึ่งที่ชอบเดินทางผจญภัย ก่อนนี้แม่เสือก็เป็นแมวจรมาจากถิ่นอื่นมาอาศัยอยู่ที่บ้านแมวของเราจนเป็นขาประจำ เมื่อช่วงกลางปี 2547  แม่เสือออกจากบ้านไปผจญภัยอีก หายไปนานร่วมสาม-สี่เดือน นึกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว  แต่จู่ๆในวันหยุดวันหนึ่งเธอก็กลับมาร้องเหมียวๆอยู่ที่บริเวณศุนย์อาหารแมว เพื่อนแมวที่ยังอยู่บ้านต่างเข้ารุมล้อม  ดมแลกกลิ่นกันฟุดฟิด  บางตัวก็เอาสีข้างถูไถแม่เสือ  บางตัวดูอยู่ห่างๆด้วยความสนใจ  คงรอคิวที่จะเข้าไปทักทาย

&#8220;อ้าว แม่เสือ กลับบ้านแล้วเหรอ&#8221;
ผมได้ยินเสียงเลยชะโงกหน้าออกมาดู เห็นแมวมุงกันเป็นกลุ่ม เมื่อได้ยินเสียงแม่เสือหันหน้ามาร้องเหมียวตอบ เหมือนกับจะบอกว่า  หนูมาแล้วค่ะ  มาหาข้าวให้หนูกินเร็วๆสิ หิวจะแย่อยู่แล้ว
ผมร้องบอกลูกสาวว่าเจ้าเสือกลับมาแล้ว เพราะเธอจะถามหาแมวทุกตัวที่หายออกจากบ้าน กว่าจะเลิกถามก็หลายวัน  จนแน่ใจว่าแมวตัวนั้นไม่กลับมาแล้ว
ผมเดินออกไปที่กลุ่มแมวมุง  แม่เสือร้องเหมียวๆเอาตัวมาถูไถพันแข้งพันขา  มองหน้าคนสลับกับถูกตัวไปมา ผมนั่งลงลูบหัวเกาคางให้
&#8220;หิวมาล่ะสิเรานี่ ไปอยู่ไหนมา รู้มั้ย  น้องเขาถามหาแม่เสือทุกวันแน่ะ&#8221;
ผมตักอาหารเม็ดใส่ในชาม  แม่เสือกินด้วยความหิว  กินอาหารสลับกับเงยหน้าขึ้นมาร้องเหมียวๆเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง
&#8220;เออๆ รู้แล้วๆ กินซะ กินให้อิ่ม&#8221;
ผมยังลูบหัวเกาหลังให้แม่เสือ  เอื้อมมือลงไปเกาคาง  สังเกตเห็นท้องหย่อนๆจึงจับดู
&#8220;อ้าว เสือ มีลูกนี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แม่เสือเป็นแมวสาวอีกตัวหนึ่งที่ชอบเดินทางผจญภัย ก่อนนี้แม่เสือก็เป็นแมวจรมาจากถิ่นอื่นมาอาศัยอยู่ที่บ้านแมวของเราจนเป็นขาประจำ เมื่อช่วงกลางปี 2547  แม่เสือออกจากบ้านไปผจญภัยอีก หายไปนานร่วมสาม-สี่เดือน นึกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว  แต่จู่ๆในวันหยุดวันหนึ่งเธอก็กลับมาร้องเหมียวๆอยู่ที่บริเวณศุนย์อาหารแมว เพื่อนแมวที่ยังอยู่บ้านต่างเข้ารุมล้อม  ดมแลกกลิ่นกันฟุดฟิด  บางตัวก็เอาสีข้างถูไถแม่เสือ  บางตัวดูอยู่ห่างๆด้วยความสนใจ  คงรอคิวที่จะเข้าไปทักทาย<br />
<span id="more-166"></span><br />
&#8220;อ้าว แม่เสือ กลับบ้านแล้วเหรอ&#8221;</p>
<p>ผมได้ยินเสียงเลยชะโงกหน้าออกมาดู เห็นแมวมุงกันเป็นกลุ่ม เมื่อได้ยินเสียงแม่เสือหันหน้ามาร้องเหมียวตอบ เหมือนกับจะบอกว่า  หนูมาแล้วค่ะ  มาหาข้าวให้หนูกินเร็วๆสิ หิวจะแย่อยู่แล้ว</p>
<p>ผมร้องบอกลูกสาวว่าเจ้าเสือกลับมาแล้ว เพราะเธอจะถามหาแมวทุกตัวที่หายออกจากบ้าน กว่าจะเลิกถามก็หลายวัน  จนแน่ใจว่าแมวตัวนั้นไม่กลับมาแล้ว</p>
<p>ผมเดินออกไปที่กลุ่มแมวมุง  แม่เสือร้องเหมียวๆเอาตัวมาถูไถพันแข้งพันขา  มองหน้าคนสลับกับถูกตัวไปมา ผมนั่งลงลูบหัวเกาคางให้</p>
<p>&#8220;หิวมาล่ะสิเรานี่ ไปอยู่ไหนมา รู้มั้ย  น้องเขาถามหาแม่เสือทุกวันแน่ะ&#8221;</p>
<p>ผมตักอาหารเม็ดใส่ในชาม  แม่เสือกินด้วยความหิว  กินอาหารสลับกับเงยหน้าขึ้นมาร้องเหมียวๆเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง</p>
<p>&#8220;เออๆ รู้แล้วๆ กินซะ กินให้อิ่ม&#8221;</p>
<p>ผมยังลูบหัวเกาหลังให้แม่เสือ  เอื้อมมือลงไปเกาคาง  สังเกตเห็นท้องหย่อนๆจึงจับดู</p>
<p>&#8220;อ้าว เสือ มีลูกนี่ ลูกอยู่ไหนล่ะ ทำไมไม่พามาบ้านด้วย&#8221;</p>
<p>เสือร้องเหมียวๆ  ตอบ</p>
<p>เมื่อกินอิ่มแล้ว ก็นั่งลงทำความสะอาดเนื้อตัว  ตอนนี้แมวมุงทั้งหลายกลับไปนั่งเล่นนอนเล่นที่มุมของตัวแล้ว  หลังจากแม่เสืออิ่มแล้วก็นอนลงบิดขี้เกียจบ้าง</p>
<p>&#8220;ถ้าอยู่ข้างนอกลำบากก็พาลูกมาอยู่ที่บ้านเรานะเสือนะ&#8221;</p>
<p>ผมลูบหัวแม่เสือ เกาคางให้สักพักหนึ่งก็กลับเข้าบ้าน ปล่อยให้แมวที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านพักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<p>แม่เสือไปๆมาๆระหว่างบ้านกับที่เลี้ยงลูกหลายวัน ในที่สุดก็พาลูกมาที่บ้าน  เมื่อผมกลับมาถึงบ้านตอนค่ำวันหนึ่ง เจ้าลูกเหมียวหน้าตาบ๊องแบ๊ววิ่งหลบเข้าไปแอบอยู่ใต้แท้งค์น้ำ</p>
<p>&#8220;สงสัยเจ้าเสือพาลูกกลับมาบ้านแล้ว&#8221; ผมบอกลูกสาว</p>
<p>&#8220;ไหนล่ะพ่อ อยู่ไหน ไม่เห็นมี&#8221; ลูกสาวถาม</p>
<p>&#8220;โน่น หลบอยู่ใต้แท้งค์น้ำน่ะลูก เห็นไหม&#8221;</p>
<p>เจ้าตัวเล็กก้มลงมองตาม เห็นลูกแมวสามตัวเบียดกันเป็นก้อนอยู่ติดกับกำแพง  เห็นแต่หน้าเล็กๆสามหน้า</p>
<p>&#8220;โอ้โห พ่อ มีตั้งสามตัวแน่ะ แต่ไม่เห็นเหมือนเจ้าเสือเลย&#8221;</p>
<p>&#8220;คงเหมือนพ่อเขามั้งลูก  ลูกแมวก็เหมือนพ่อบ้าง เหมือนแม่บ้าง บางทีก็เหมือนทั้งพ่อทั้งแม่รวมกัน&#8221;</p>
<p>ลูกทั้งสามของแม่เสือสีขาวสลับดำ  ไม่มีตัวไหนเหมือนแม่  ตอนที่มาถึงครั้งแรกอายุไม่น่าจะเกินสามเดือน ขนยังฟูๆอยู่  ต้องหาอาหารเหลวมาให้กิน  เมื่อพอได้กินอิ่มก็โตอย่างพรวดพราด  แค่เดือนกว่าๆก็ขนเรียบมันวับ</p>
<p>แม้ว่าจะคุ้นคนแต่ก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้  แต่ก็ไม่ถึงกับกลัว  พอจะจับก็วิ่งหนีอวดไข่ใบจิ๋วที่ก้นทั้งสามตัวดังนั้น จึงไม่มีโอกาสพาไปฉีดวัคซีนและให้ยาใดๆ  แต่เจ้าหนุ่มทั้งสามก็ดูแข็งแรงดี ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อเหลา ขนเป็นมัน</p>
<p>แต่แล้วพอมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณเดือนที่สี่  เจ้าหนุ่มตัวหนึ่งป่วยขึ้นมา  อาการหนักจนนอนซมอยู่กับที่  ยอมให้จับแต่โดยดี  จึงรีบพาไปหาหมอเจ้าประจำ หมอรับไว้เป็นคนไข้ภายใน  บอกว่าเป็นโรคหัดแมวขั้นร้ายแรง  อาการหนักจนหมอก็ไม่กล้ารับประกันความปลอดภัย</p>
<p>&#8220;อาการขนาดนี้คงเป็นมาหลายวันแล้ว&#8221; หมอสันนิษฐาน &#8220;ต้องรักษาไปตามอาการ แต่เผื่อใจเอาไว้ด้วยนะพี่&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็ขอให้หมอช่วยเขาอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน&#8221; ได้แต่บอกหมอไปอย่างนี้ &#8220;ถ้ายอมให้จับก็คงพามาให้วัคซีนตั้งแต่แรกแล้ว&#8221;</p>
<p>ในที่สุดก็เป็นไปตามที่หมอคาดการ วันต่อมาเจ้าหนุ่มก็จากไปโดยที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้เลย ลูกสาวผมบ่นเสียใจไปหลายวัน ทั้งยังเป็นห่วงสองตัวที่เหลืออีกว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า  บอกให้พ่อพาไปฉีดวัคซีน</p>
<p>&#8220;เขาไม่ให้จับน่ะลูก  ถ้าเขาให้จับก็พาไปหาหมอได้  แต่เขาไม่ให้จับพ่อก็พาไปหาหมอไม่ได้&#8221;</p>
<p>&#8220;พ่อพาไปหาหมอไม่ได้ พ่อก็ให้หมอมาหาที่บ้านเราสิ&#8221;</p>
<p>&#8220;ถึงหมอมาที่บ้านเราก็ฉีดไม่ได้หรอกลูก เพราะเขาไม่ให้จับตัวเลย&#8221;</p>
<p>&#8220;แล้วเขาจะตายไหมล่ะพ่อ&#8221;</p>
<p>&#8220;คงไม่หรอกลูก เห็นเขายังวิ่งกันอยู่เลย คงไม่เป็นอะไรมั้ง&#8221;</p>
<p>แต่สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นก็ไม่เป็นไปตามที่คิด  เมื่อเจอเจ้าหนุ่มตัวหนึ่งนอนตายอยู่ในท่อระบายน้ำข้างโอ่งริมกำแพง  หลังจากที่เห็นหายไปสองวัน หารอบๆบ้านแล้วไม่เจอ  แล้วต่อมาอีกไม่กี่วัน เจ้าหนุ่มตัวสุดท้ายก็นอนสิ้นใจอยู่ข้างๆโอ่ง  ตามพี่ๆหรือน้องๆไปอีกตัว โดยไม่มีโอกาสไปถึงมือหมอ</p>
<p>ผมได้แต่ต้องทำใจ  คิดว่าเป็นธรรมดาของชีวิต มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย  เราช่วยให้เขาได้มีอาหารกิน ได้เติบโต ได้ใช้ชีวิตในโลกอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง  ก็นับว่าได้สงเคราะห์เพื่อนร่วมโลกเต็มกำลังแล้ว  หากเขามีบุญที่จะมีชีวิตต่อไป ก็คงไม่ต้องเจอกับโรคภัยจนต้องจบชีวิตแมวลงไปในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ผมทำบุญอุทิศส่วนกุศลและแผ่เมตตาให้ทั้งสามไปดี และขอบคุณที่มาอยู่ด้วย ให้มีโอกาสได้ดูแลซึ่งเป็นกุศลแก่เราในการที่ได้สงเคราะห์เพื่อนร่วมโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเดรัจฉาน</p>
<p>ไปดีเถอะ เจ้าหนุ่มทั้งสาม เวลามาก็มาด้วยกัน ถึงคราวไปก็ไปด้วยกัน คงผูกพันกันมายาวนานแล้วสินะ  หรือบางที พวกเขาอาจเกิดมาใช้กรรมเก่าที่เหลืออยู่นิดๆหน่อยๆ  พอตายแล้วอาจไปเสวยสุขบนสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งไปอีกนานแสนนาน.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-9-%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87" title="บ้านของแมว ๙ : แย่งชิง (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๙ : แย่งชิง</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%98-%e0%b8%9c%e0%b8%88%e0%b8%8d%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2" title="บ้านของแมว ๘ : ผจญภัย (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๘ : ผจญภัย</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%97-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b0" title="บ้านของแมว ๗: เป็นหมันซะแล้ว (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๗: เป็นหมันซะแล้ว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%96-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87" title="บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7-%e0%b9%95-%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94" title="บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง! (November 10, 2008)">บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง!</a> (2)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุญมา : บุญพามาแล้วบุญพาไป</title>
		<link>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2</link>
		<comments>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 03:53:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[แมวของบ้านแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องของแมว]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงแมว]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cathome.kosolnet.com/?p=164</guid>
		<description><![CDATA[จู่ๆก็มีแมวมาร้องอยู่ข้างกำแพงนอกบ้าน ในดงสวนที่ปลูกไว้ ร้องเหมียวๆเหมือนเรียกให้คนไปรับ คนที่ได้ยินเสียงแมวร้องก่อนคือแม่น้ำหวาน ผู้เป็นเจ้านายของบ้าน
“พ่อๆ เสียงลูกแมวร้องอยู่ในดงดิบของพ่อน่ะ  สงสัยใหม่มาอีกแน่ะ”
แม่น้ำหวานโผล่หน้าเข้าบ้านมาร้องบอกพ่อ นำเสียงตื่นเต้นนิดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว

“สงสัยลูกแมวออกไปเล่นแล้วหลงทางมั้ง” พ่อตอบ สายตาไม่ละจากโทรทัศน์รายการโปรด  นั่นคือหนังช่อง HBO “ไม่ต้องห่วงหรอกลูก เดี๋ยวแม่มันก็พากลับมาเองแหละ”
แม่น้ำหวานไม่ว่าอะไร หายไปพักใหญ่  แล้วกลับมาบอก
“พ่อ ไม่ใช่ลูกแมวบ้านเรานะ หวานไปนับดูแล้ว อยู่ครบทุกตัว พ่อไปดูหน่อยสิคะ มันคงมาใหม่นะพ่อ”
เมื่อเจ้านายสั่งเช่นนั้น ก็ต้องจำใจละจากจอโทรทัศน์ไปชั่วคราว  พอเห็นพ่อลุกจากที่ แม่น้ำหวานก็เดินออกประตูรั้วไปก่อนเลย
“เร็วพ่อ” เสียงเจ้านายเรียก “นี่อยู่ในดงดิบนี่แหละ”
เสียงร้องบอกว่ายังเป็นแมวเด็ก เมื่อแหวกดงไม้เข้าไปดู ก็เจอกับนัยน์ตาสีเหลืองอำพันสวยงามคู่หนึ่งมองมา เจ้าของดวงตาคู่นั้นมีขนสีขาวสลับเหลือง ใบหน้าเรียวยาวรูปสามเหลี่ยม สวยอะไรขนาดนั้น
“ไหนดูสิเจ้าหนู มาจากไหนเนี่ย”
เจ้าแมวเด็กยอมให้จับโดยดี อายุคงสักสามเดือน เนื้อตัวมอมแมม พอคนอุ้มขึ้นมาก็หยุดร้อง มองคนตาแป๋ว เหมือนกับจะบอกว่า ลุงๆขอหนูอยู่ด้วยคนนะลุงนะ
“พ่อ ขอดูหน่อย ตัวผู้หรือตัวเมียล่ะพ่อ” เจ้านายของบ้านถามพร้อมยกปลายหางสำรวจดูเพศ  “แบบนี้ตัวเมียแหงๆ ไม่มีมะเขือพวง”
“ใช่จ้ะลูก ตัวเมีย ไม่รู้ได้ข่าวจากใครถึงได้มาบ้านเรา”  พ่อพูดขึ้น ความหมายว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จู่ๆก็มีแมวมาร้องอยู่ข้างกำแพงนอกบ้าน ในดงสวนที่ปลูกไว้ ร้องเหมียวๆเหมือนเรียกให้คนไปรับ คนที่ได้ยินเสียงแมวร้องก่อนคือแม่น้ำหวาน ผู้เป็นเจ้านายของบ้าน</p>
<p>“พ่อๆ เสียงลูกแมวร้องอยู่ในดงดิบของพ่อน่ะ  สงสัยใหม่มาอีกแน่ะ”</p>
<p>แม่น้ำหวานโผล่หน้าเข้าบ้านมาร้องบอกพ่อ นำเสียงตื่นเต้นนิดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว<br />
<span id="more-164"></span></p>
<p>“สงสัยลูกแมวออกไปเล่นแล้วหลงทางมั้ง” พ่อตอบ สายตาไม่ละจากโทรทัศน์รายการโปรด  นั่นคือหนังช่อง HBO “ไม่ต้องห่วงหรอกลูก เดี๋ยวแม่มันก็พากลับมาเองแหละ”</p>
<p>แม่น้ำหวานไม่ว่าอะไร หายไปพักใหญ่  แล้วกลับมาบอก</p>
<p>“พ่อ ไม่ใช่ลูกแมวบ้านเรานะ หวานไปนับดูแล้ว อยู่ครบทุกตัว พ่อไปดูหน่อยสิคะ มันคงมาใหม่นะพ่อ”</p>
<p>เมื่อเจ้านายสั่งเช่นนั้น ก็ต้องจำใจละจากจอโทรทัศน์ไปชั่วคราว  พอเห็นพ่อลุกจากที่ แม่น้ำหวานก็เดินออกประตูรั้วไปก่อนเลย</p>
<p>“เร็วพ่อ” เสียงเจ้านายเรียก “นี่อยู่ในดงดิบนี่แหละ”</p>
<p>เสียงร้องบอกว่ายังเป็นแมวเด็ก เมื่อแหวกดงไม้เข้าไปดู ก็เจอกับนัยน์ตาสีเหลืองอำพันสวยงามคู่หนึ่งมองมา เจ้าของดวงตาคู่นั้นมีขนสีขาวสลับเหลือง ใบหน้าเรียวยาวรูปสามเหลี่ยม สวยอะไรขนาดนั้น</p>
<p>“ไหนดูสิเจ้าหนู มาจากไหนเนี่ย”</p>
<p>เจ้าแมวเด็กยอมให้จับโดยดี อายุคงสักสามเดือน เนื้อตัวมอมแมม พอคนอุ้มขึ้นมาก็หยุดร้อง มองคนตาแป๋ว เหมือนกับจะบอกว่า ลุงๆขอหนูอยู่ด้วยคนนะลุงนะ</p>
<p>“พ่อ ขอดูหน่อย ตัวผู้หรือตัวเมียล่ะพ่อ” เจ้านายของบ้านถามพร้อมยกปลายหางสำรวจดูเพศ  “แบบนี้ตัวเมียแหงๆ ไม่มีมะเขือพวง”</p>
<p>“ใช่จ้ะลูก ตัวเมีย ไม่รู้ได้ข่าวจากใครถึงได้มาบ้านเรา”  พ่อพูดขึ้น ความหมายว่า ไม่รู้เจ้าตัวเล็กนี่ได้ข่าวจากแมวตัวไหนว่าบ้านนี้ยินดีต้อนรับจึงได้มาหา “แล้วจะตั้งชื่อว่าอะไรดี”</p>
<p>“ไม่รู้ พ่อตั้งสิ”</p>
<p>“ชื่อขาวเหลืองมั้ย”</p>
<p>“ไม่เอา ไม่เพราะเลย”  เจ้านายไม่อนุมัติ</p>
<p>“งั้นก็บุญมา เพราะบุญคงพาเขามาหาเรา”</p>
<p>“เอาๆ จะได้เข้ากับบุญมี”  เจ้านายอนุมัติ  บุญมีที่ว่าคือแมวอีกตัวที่บ้าน “เอาชื่อนี้แหละ บุญมา เธอชื่อบุญมาแล้วนะ”</p>
<p>เจ้านายผู้อนุมัติชื่อลูบหัวบุญมา  เจ้าบุญมามองคนพูดตาแป๋ว</p>
<p>“โอ๋ๆ หิวล่ะสิรอเดี๋ยวนะ จะเอานมมาให้”</p>
<p>ว่าแล้วก็เดินเข้าบ้านไปเอานมจากตู้เย็น พ่อพาบุญมาเข้ามานั่งรอที่ม้านั่ง  บรรดาผู้อยู่ก่อนได้กลิ่นทยอยกันข้ามาด้อมๆมองๆ</p>
<p>เสียงเจ้านายของบ้านตะโกนบอกแม่ที่กำลังสาละวนอยู่กับเครื่องซักผ้าในครัวว่า มีแมวมาใหม่ สวยจริงๆน่ะแม่ ชื่อบุญมา ไม่ถึงอึดใจก็กลับออกมาพร้อมกล่องนม  เทใส่จานวางไว้ที่พื้น จากนั้นก็อุ้มบุญมาสมาชิกใหม่หมาดไปกินนม</p>
<p>บุญมากินด้วยความเอร็ดอร่อย คงหิวจัด ไม่สนใจใครทั้งนั้น  บรรดาผู้อยู่ก่อนต่างก็เข้าไปหา ดมๆพอให้รู้กลิ่นก็ออกมานั่งดูอยู่ห่างๆ  ตัวที่วัยใกล้ๆกันหน่อยก็นั่งจ้องอยู่ใกล้ๆ  บุญมากินอิ่มจึงเงยหน้ามองรอบๆ  จากนั้นก็เลียทำความสะอาดเนื้อตัว ทำราวกับว่าบ้านนี้เป็นบ้านที่เคยอยู่มาก่อนแล้ว</p>
<p>บรรดาผู้อยู่ก่อนเมื่อดมและชมน้องใหม่จนจำกลิ่นได้แล้ว ก็ต่างไปทำกิจกรรมของตน  ถึงจะไม่ตีสนิทกันทันทีแต่ก็ไม่แกล้งกัน  อันเป็นประเพณีที่ดีงามของบ้าน</p>
<p>“หมั่นไส้จริงๆบุญมานี่ ดูๆ ไม่สนใจใครเลย ไม่เคารพเจ้าถิ่นสักนิด”  พ่อพูดขึ้นเมื่อเห็นบุญมานอนเอกเขนกสบายตัวหลังจากกินอิ่มแล้ว</p>
<p>“บุญมาจะอยู่กับเรานานมั้ยพ่อ  จะหนีไปอีกไหม”  เจ้านายประจำบ้านถาม</p>
<p>“พ่อไม่รู้ลูก ก็แล้วแต่เขานะ อยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ไม่มีใครบังคับแมวได้”  พ่อว่าเข้าไปนั่น</p>
<p>“งั้นก็อยู่กับเรานานๆนะบุญมา  โตๆแข็งแรงนะ”  เจ้านายสั่ง  แต่บุญมาเฉย</p>
<p>เมื่อได้กินอาหารอิ่มทุกวันก็อวบขึ้น ขนสีเหลืองก็เหลืองสด สีขาวก็ขาวสะอาด ขนนุ่มเป็นมัน  เป็นแมวที่รูปร่างสมส่วน ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป ใบหน้าสามเหลี่ยมสวยเป็นเอกลักษณ์ ขี้อ้อน ชอบประจบด้วยการนอนตัก  บุญมากลายเป็นแมวขวัญใจเจ้านายในเวลาอันรวดเร็ว หนุ่มน้อยบุญมีสีขาวดำสูญเสียตำแหน่งให้บุญมาสาวงาม</p>
<p>เมื่อเข้าบ้านเจ้านายจะเรียกหาบุญมาเป็นตัวแรกแทนบุญมี บุญมาก็ช่างรู้ใจ  รอจังหวะอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงก็มาทันที เจ้านายต้องนั่งเล่นกับบุญมาก่อน แล้วค่อยบุญมี จากนั้นก็ลำดับถัดๆไป นานมากนานน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนแมวที่มารายงานตัว  แต่เจ้าประจำก็มีบุญมา บุญมี กับอีกสองสามรายที่หมุนเวียนกันมา</p>
<p>วันเสาร์อาทิตย์บุญมาก็เป็นเจ้าครอบครองเล่นกับเจ้านายของบ้าน  แม่จึงคอยเข้าข้างบุญมี  แกล้งพูดดังๆว่าบุญมีนี่กรรมมาบัง กรรมนั้นชื่อบุญมา สงสัยบุญคงมีน้อยลง  บุญมีคงบุญหมดในไม่ช้านี้</p>
<p>“ถ้าบุญหมดเมื่อไรก็ย้ายบ้านแน่ๆเลยบุญมีเอ๊ย”  แม่พูดพลางตากผ้าไปพลาง</p>
<p>“บุญมีอย่าหนีออกจากบ้านนะ” เจ้านายได้ยินแม่พูดจึงร้องบอกบุญมี  “ก็บุญมาเขาเป็นผู้หญิง  ผู้ชายต้องเสียสละสิ ครูที่โรงเรียนสอน”</p>
<p>แต่ที่แม่พูดนั้นผิด เพราะบุญมีบุญยังไม่หมด  คือยังอยู่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ เพราะบุญมีไม่สนใจว่าบุญมาจะเป็นที่หนึ่งหรือที่ไหน ที่บุญหมดกลับเป็นบุญมา  เพราะอยู่ๆก็หายไปไม่มีวี่แวว เหมือนแมวก่อนหน้านี้หลายๆตัว ที่มาแล้วก็ไป  แต่บุญมาไปเร็วหน่อย มาอยู่แค่ไม่กี่เดือน</p>
<p>“พ่อ บุญมาจะเป็นอะไรมั้ย  สงสารจัง ไม่รู้จะมีข้าวกินหรือเปล่า”  เจ้านายประจำบ้านต้องถามพ่อแบบนี้ทุกครั้งที่มีแมวหายไป</p>
<p>“ไม่เป็นไรหรอกลูก เขาเอาตัวรอดได้ เขายังมาบ้านเราได้ ก็ไปที่อื่นได้  เป็นธรรมชาติของเขานะลูก แมวเขาชอบเที่ยวไปเรื่อย”  พ่อก็ตอบทำนองนี้ทุกครั้ง</p>
<p>“ทำไมต้องหนีไปก็ไม่รู้” เจ้านายของบ้านยังบ่น หน้าหงอย</p>
<p>“พ่อว่าเขาคงไปตามบุญเขานะ บุญพาเขามาหาเรา บุญก็คงพาเขาไปหาคนอื่น ไม่ต้องห่วงเขานะลูก เขามีบุญ”</p>
<p>“สาธุ อย่าให้บุญมาเป็นอะไรเลย  ขอให้บุญมากลับมาบ้านด้วยเถอะ”  เจ้านายประจำบ้านก็จะพูดทำนองนี้ทุกครั้งที่มีแมวหายหน้าไป</p>
<p>แต่ไม่มีแมวตัวไหนกลับมา  รวมทั้งบุญมาสาวน้อยร้อยชั่งสีเหลืองขาว นัยน์ตาสีอำพัน  ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม ที่มากับขนมอมแมมแล้วจากไปกับขนมันวับ</p>
<p>กว่าเจ้านายของบ้านจะหายคิดถึงบุญมา แล้วกลับมาเรียกหาบุญมีอีกครั้งหนึ่งก็หงอยไปหลายวัน.</p>

	<h4>เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน</h4>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/pics-of-cat-gang-soi-6-part-1" title="รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1) (July 26, 2009)">รูปหมู่แกงค์แมวซอย 6 (1)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/cat-group" title="แมวหมู่ (July 16, 2009)">แมวหมู่</a> (4)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/panda-the-cat" title="แพนด้าทำไปได้ : โวยวาย ตะกละ บ้ากาม (August 3, 2009)">แพนด้าทำไปได้ : โวยวาย ตะกละ บ้ากาม</a> (0)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/kaba-the-cat-and-her-problem" title="เรื่องยุ่งๆของพุงแมว (August 3, 2009)">เรื่องยุ่งๆของพุงแมว</a> (5)</li>
	<li><a href="http://catthai.catinmind.com/ginny-the-dog-who-rescues-cats" title="เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว (June 25, 2009)">เรื่องของกินนี หมาใจดีทีู่้ช่วยชีวิตแมว</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://catthai.catinmind.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
