แมวกับคน : เรื่องของแมวที่คนรักและคนที่รักแมว

บ้านของแมว : คำนำจากผู้เขียน

10 November 2008

ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อปี 2539 เพราะเลี้ยงแมวด้วยความบังเอิญมาได้ปีเศษแล้วได้พบว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักที่สุดในโลก
ค่อยๆเขียนไป เลี้ยงแมวไป ด้วยความสุข เขียนแล้วให้เมียอ่าน เมียบอกว่าสนุกใช้ได้ จึงมีกำลังใจ เขียนไปเรื่อยๆตามแต่อารมณ์และความรู้สึก บวกความขยัน ซึ่งอย่างหลังไม่ค่อยจะมีเท่าใดนัก
แล้วจู่ๆผมก็หยุดเขียนเมื่อปี 2540 ไม่ใช่ช็อคเพราะค่าเงินบาทลดลงจมโคลน หรือตกใจเพราะเศรษฐกิจดิ่งเหว เป็นโรคต้มยำกุ้ง

บ้านของแมว ๑ : ต้นตระกูลแมว

10 November 2008

โบราณท่านว่าไว้ มีสัตว์สองเท้าสี่เท้าเข้าบ้านนับเป็นลางดี เลี้ยงเขาไว้ ดูแลเขาให้เหมาะแล้วจะมีโชค จะอยู่เย็นเป็นสุข ข้อหลังที่ว่าเป็นสุขนั้นสองภรรยาหนุ่มสาวยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ก็มีความทุกข์คู่กันมาด้วย เห็นชัดตอนที่ได้แม่อ้วนเข้าบ้าน
แม่อ้วนที่ว่านี้ก็คือแมว ตอนที่มาอยู่ด้วยวันแรกนั้นยังเป็นลูกแมวตัวเล็กๆ อายุคงสักสิบวันเห็นจะได้ เดินก็ยังไม่แข็งแรงด้วยซ้ำ ตัวเล็กขนาดเข้าไปนอนในรองเท้าได้นั่นแหละ

บ้านของแมว ๒ : แมวนักซิ่ง

10 November 2008

คนตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่ง บางวันเกือบหกโมงเช้า จัดการเรื่องต่างๆจนเรียบร้อยจึงออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง หลังจากแม่อ้วนมาอยู่ด้วยก็มีกิจกรรมพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือปิ้งปลาทูคลุกเข้าให้กิน ก่อนออกจากบ้านต้องเทนมใส่จาน ตักน้ำใส่ถ้วยวางไว้ใต้ต้นมะม่วง คลุกข้าวใส่จานวางไว้ใกล้ๆอีกหนึ่งจาน เผื่อหิวขึ้นมาแม่อ้วนจะได้กิน
ปลาทูปิ้งด้วยเตาปิ้งไฟฟ้า เตาที่ว่านี้ภรรยาซื้อมาไว้ปิ้งขนมปังกินกับกาแฟ นอกจากนี้ยังปิ้งย่างอาหารอื่นได้อีก แต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็ถูกยึดไปปิ้งปลาทูเสียก่อน ทอดให้ก็ไม่กิน ชอบแบบปิ้งอย่างเดียว สามียืนยันกับภรรยาว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะปลาทูปิ้งกลิ่นหอมน่ากินและอร่อยกว่า ซึ่งได้ทดสอบมาแล้วด้วยตนเอง

บ้านของแมว ๓ : คู่รักคู่แค้น

10 November 2008

บ้านตรงข้ามเลี้ยงหมา คุณยายเจ้าของบ้านอยู่กับคุณตา พร้อมลูกและหลานอีกหลายคน หลานคนเล็กเป็นผู้หญิงชื่อหนูอ๋อม เมื่อสองสามีภรรยาหนุ่มสาวย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ หนูอ๋อมอายุสามสี่ขวบ ช่างสงสัย ชอบถามโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา
คุณยายชอบเลี้ยงหมา แต่หมาไม่ค่อยอายุยืนนัก พอเลี้ยงโตเป็นหนุ่มเป็นสาวก็มีอันเป็นไปทุกตัว ด้วยเหตุที่มันชอบวิ่งออกไปถนนใหญ่กลางหมู่บ้านจึงถูกรถทับตาย ทั้งๆที่คุณยายก็พยายามดูแลเป็นอย่างดี แต่พอเผลอเข้าหน่อยเท่านั้นแหละ หมาหนุ่มวิ่งไปให้รถทับเสียแล้ว

บ้านของแมว ๔ : ลูกรักลูกชัง

10 November 2008

แม่อ้วนพี่น้องครอกเดียวกันอีกสองตัว สีน้ำตาลเข้มเหมือนกัน สวมถุงเท้าสีขาวเหมือนกัน ต่างกันตรงที่แม่อ้วนมีแถบสีขาวจากบริเวณใต้คางไปจนถึงท้อง อีกตัวปากด้านบนบริเวณจมูกสีขาว ตัวนี้ได้ชื่อว่าเจ้าหน้าด่าง อีกตัวหนึ่งสีน้ำตาลเข้มทั้งตัว มีสีขาวตรงเท้าเท่านั้น ยังไม่ทันจะตั้งชื่อก็หายไปตอนอายุสักสามสี่เดือน
หน้าด่างเป็นแมวเพศผู้ อยู่กับแม่พร้อมเจ้าตัวสีเข้ม ทั้งสามตัวแม่ลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน ลูกจะคลอเคลียอยู่กับแม่ไม่ห่าง พอตัวสีเข้มหายไป เจ้าหน้าด่างก็ยังอยู่กับแม่เหมือนเดิม

บ้านของแมว ๕ : ยุทธการยึดเมือง!

10 November 2008

แม่อ้วนชอบไล่ปล้ำกับเจ้าหน้าด่างแต่ก็ไม่บ่อยนัก ส่วนมากแล้วจะเล่นอยู่ตามลำพัง ถึงตอนอารมณ์ดีจะวิ่งกระโดดหยองแหย็งไปทั่วบ้าน ที่ชอบทำที่สุดก็คือ วิ่งไปอย่างเร็วแล้วเบรกกะทันหันให้เท้าไถไปกับพื้น จากนั้นก็ล้มลงพลิกตัวหงายท้องหนึ่งตลบจึงลุกขึ้นวิ่งกลับ บางครั้งเบรกแตกไถลไปชนประตูกระจกเสียงดังตึง พอเจอแบบนี้เข้าเป็นต้องทำท่างุนงงทุกทีไป เดินออกมานั่งแผละลงกลางบ้าน สลัดหัวแล้วเลียทำความสะอาดเนื้อตัว เหมือนเป็นการแก้เขิน

บ้านของแมว ๖ : เสรีภาพของแมว

10 November 2008

เห็นรูปแล้วใครๆก็ว่าสวย ขนสีน้ำตาลเรียบเป็นมัน จมูกสีดำ ใบหน้าสีน้ำตาลเข้ม ตาสะท้อนแสงแฟลชเห็นในรูปเป็นสีเขียวมรกต หนวดสีขาวตัดกับสีขนมองเห็นเด่นชัด ใต้คางสีขาวไล่ยาวไปจนถึงท้อง เท้าทั้งสี่สีขาวยาวมาจนถึงเกือบครึ่งแข้ง มองดูเหมือนใส่ถุงเท้าสีขาวไม่มีผิด เจ้าของร้านล้างอัดรูปถึงกับเอ่ยปากขอไว้รูปหนึ่ง คนเลี้ยงรู้สึกเป็นปลื้มไปหลายวัน
“เขาบอกว่าจะเอาไว้ติดหน้าร้าน” คนพูดน้ำเสียงภูมิใจขณะบอกสามี พลางเปิดดูรูปแมวในอัลบั้มเป็นรอบที่เท่าไรก็จำไม่ได้

บ้านของแมว ๗: เป็นหมันซะแล้ว

10 November 2008

ตั้งแต่โตเป็นสาวสวย แม่อ้วนไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย สุขภาพแข็งแรง หมั่นลับเล็บ ขยันเลียทำความสะอาดเนื้อตัวให้เรี่ยมอยู่เสมอ จนขนเรียบเป็นเงางาม
ตกกลางคืนได้ยินแมวหนุ่มส่งเสียงหง่าวๆอยู่ท้ายซอยปากซอย แรกๆได้ยินเสียงแม่อ้วนแสดงอาการสะดุ้งกลัว วิ่งแจ้นเข้าไปหลบในซอก ใต้ตู้ ใต้เตียง หรือที่ไหนก็ได้ที่พอจะใช้ซ่อนตัว ต่อมาก็คุ้นเคยแค่แอบอยู่หลังม่าน นานเข้าพอได้ยินก็มานั่งอยู่ตรงประตูกระจก มองออกไปข้างนอกด้วยความสนใจ

บ้านของแมว ๘ : ผจญภัย

10 November 2008

แม่อ้วนโตเป็นสาวจนตั้งท้อง เจ้าหน้าด่างก็โตเป็นหนุ่ม ช่วงนี้ไม่ค่อยเคลียคลอกับแม่เท่าไรแล้ว และนานๆจึงเล่นกับแม่อ้วนสักครั้งหนึ่ง แต่ยังชอบมานั่งอยู่ตรงประตู มองตามตอนแม่อ้วนเดินเข้าบ้านเหมือนเดิม
ถึงแม้เจ้าหน้าด่างจะไม่ได้เข้าบ้าน แต่ก็ได้กินอิ่มทุกมื้อ สองสามีภรรยาคลุกข้าวกับปลาทูมาให้ทั้งเช้าและเย็น เทอาหารเม็ดใส่จานไว้ให้ก่อนออกจากบ้านตอนเช้า เจ้าหน้าด่างจึงตัวโตสมกับอายุ สุขภาพแข็งแรง ไม่เคยป่วย

บ้านของแมว ๙ : แย่งชิง

10 November 2008

หลังจากเจ้าหน้าด่างหายไป แม่อ้วนก็ไม่มีเพื่อนเล่น บางเวลาท่าทางเหงามากยิ่งขึ้น ชอบมานั่งตรงประตูกระจกมองออกไปนอกรั้วคราวละนานๆ ตอนค่ำกินอาหารเสร็จก็ชอบออกไปนอนหมอบอยู่บนม้านั่งนอกบ้าน พอดึกหน่อยค่อยเข้าบ้าน
ถึงตอนนี้แม่อ้วนกินอาหารในบ้านแล้ว โดยยึดมุมหนึ่งในครัวเป็นห้องอาหาร วางจานข้าว จานอาหารเม็ด จานใส่นม ขันใส่น้ำ ส่วนกะละมังใส่ทรายสำหรับอึและฉี่วางไว้อีกมุมหนึ่ง เครื่องครัวชุดนี้สำหรับอาหารตอนกลางคืน เพราะตั้งแต่ท้องแม่อ้วนกินจุและกินอยู่เรื่อยๆ ชดเชยที่ไม่ได้กินตอนกลางวัน

บ้านของแมว ๑๐ : ยินดีต้อนรับ

10 November 2008

เย็นวันอาทิตย์อันรื่นรมย์ สองสามีภรรยานั่งดูโทรทัศน์รายการโปรดอยู่อย่างสนุกสนาน ซึ่งไม่บ่อยนักที่ทั้งสองชอบรายการเดียวกัน ในซอยมีเด็กเล่นกันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังเข้ามาถึงในบ้าน เสียงหนูอ๋อมดูเหมือนจะดังกว่าใคร กำลังวิ่งเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันสามสี่คน ซึ่งล้วนแต่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน
เสียงเด็กๆสร้างความรำคาญให้บ้างในบ้างครั้ง โดยเฉพาะตอนรายการโทรทัศน์เข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่คนใดก็คนหนึ่งกดรีโมตคอนโทรลเพิ่มเสียงเพื่อให้ดังสู้กับเสียงเด็กๆได้ พร้อมกับพึมพำทำนองว่า แหมเจ้าเด็กพวกนี้ไม่เหนื่อยไม่เจ็บคอบ้างหรือไร ไม่รู้จักเวล่ำเวลา ทำไมไม่เข้าบ้าน อาบน้ำ กินข้าว อ่านหนังสือ หรือไม่ก็ดูโทรทัศน์อยู่เงียบๆนะ

บ้านของแมว ๑๑ : ป๊ะป๋าจ๋าอย่าใจร้าย

10 November 2008

เมื่อมีลูกแมวหมายความว่ามีแมวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แม่ลูกรวมเป็นสองแต่รวมแล้วเป็นสี่ ถ้าปล่อยไว้ในบ้านเห็นทีจะแย่แน่ๆ ไหนจะขี้จะเยี่ยว ไหนจะซุกชนเมื่อโตขึ้น บ้านไม่เละตุ้มเป๊ะคราวนี้แล้วจะเละคราวไหน
เมื่อคิดได้ดังนี้ทั้งสองตัดสินยกลังแม่อ้วนออกมาวางไว้นอกบ้าน เอาขันใส่น้ำ จานอาหารเม็ด และแก้วนม วางไว้หน้าลัง ถ้าหากแม่อ้วนหิวจะได้กิน

บ้านของแมว ๑๒ : แฮปปี้ เอ็นดิ้ง.

10 November 2008

เช้าวันเสาร์เป็นวันที่สบายทั้งคนทั้งแมว คนก็ไม่ต้องรีบตื่นไปทำงาน แมวก็ไม่ต้องรีบร้อนออกจากบ้านตามคน ทั้งคนทั้งแมวจึงยึดมุมของตนนอบหลับสบายๆ จะตื่นสายๆบ้างก็ไม่เป็นไร
ปกติแล้วแม่อ้วนยึดที่นอนปลายเตียง คงเป็นเพราะสามารถกระโจนแผลวออกจากห้องนอนได้สะดวก เมื่อได้ยินเสียงลูกๆร้องหา บางวันก็นอนบนผ้าเช็ดเท้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำใกล้ๆประตู เอาคางเกยเท้าหันหน้าออกนอกห้อง จะย่องไปหาลูกตัวเองพาย้ายไปอยู่ในห้องครัวได้สะดวก

Free counter and web stats