13 July 2009ศึกชิงอาณาเขต

maw-kabaเรืองจากผู้อ่าน โดย ป๋านิล‏

……..

บางที แมวก็ร้ายกาจได้อย่างคาดไม่ถึงครับ

แมวประจำบ้านผมเป็นตัวเมีย เชิด หยิ่ง ไม่ชอบสมาคมกับแมวอื่นๆ ตอนรุ่นสาวมีแมวหง่าวมานั่งเฝ้ามากมาย หล่อนก็ไม่เคยสนใจ ถ้าออกไปนอกบ้านก็จะฉายเดี่ยว อาจเป็นเพราะแม่ทิ้งตั้งแต่ยังเล็กมาก ก็เลยไม่รู้วิธีเข้าสังคมแมว ผมยังไม่แน่ใจเลยว่ามันพูดภาษาแมวได้หรือเปล่า เลี้ยงมาจะสิบปีได้ยินเสียงมันร้องเหมียวดีๆ ไม่กี่ครั้งเอง

มันชื่อกะบ้าครับ มาจากชื่อเต็มๆ ว่าบั๊กกะบ้า แต่บั๊กกะบ้าแปลว่าอะไรนี่ตอบไม่ได้เหมือนกัน เป็นความผิดของผมเองที่ให้เด็ก 4 ขวบตั้งชื่อแมว เมื่อให้ตั้งแล้วก็ต้องใช้ ไม่งั้นเด็กจะขาดความมั่นใจ อาจกลายเป็นเด็กมีปัญหาในอนาคตได้

แต่แมวน่ะมีปัญหาแน่นอน แมวตัวนี้ไม่โปรดการอุ้ม การจับ ไม่รู้จะหวงตัวทำไมนักหนา ใครบังอาจแต๊ะอั๋งมีสิทธิโดนทั้งกัดและข่วน ตอนเล็กๆ พองขนขู่ก็ยังน่าเอ็นดู โตหน่อยชักน่าหมั่นไส้ พอโตเต็มที่เริ่มกลายเป็นน่ากลัว เรื่องร้องเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มานี่ไม่เคยมีในความคิด อย่างดีก็หันมามอง แล้วก็เมิน ประมาณว่า ได้ยินแล้ว เรียกอยู่ได้… รำคาญจริงเชียว

มีแมวแล้วอุ้มไม่ได้ เล่นด้วยไม่ได้ แล้วจะเลี้ยงทำไมว้า โธ่…เลี้ยงมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตา หยอดนมทีละหยดประหนึ่งลูกในไส้จะตัดขาดกันได้ไง กะบ้าก็เลยเป็นนางพญาในบ้าน แต่ก็ไม่เสมอไปหรอก วันไหนอยากเจ็บตัว ผมกับลูกก็จะเล่นเกม “ใครจะจับแมวได้นานกว่ากัน” บางวันหมั่นไส้แมวมากๆ ก็จะเอาผ้าตะครุบ ห่อไว้แล้วก็ขยำๆๆๆ มันหลุดมาได้ก็จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ผมต้องเตรียมยาหม่องไว้ดักไม่ให้มันเข้าใกล้ มันกลัวกลิ่นยาหม่องครับ

แล้วทำไมไม่เลี้ยงอีกซักตัว มันอาจทำตัวดีขึ้นก็ได้

ผมเคยลองแล้วครับ เข็ดจนตาย คือ ถ้ากะบ้ายังไม่ตาย ผมไม่เอาแมวอื่นเข้าบ้านเด็ดขาด

เรื่องเป็นงี้ครับ

ผมเคยเอาลูกแมวตัวผู้อายุซัก 4-5 เดือนกลับมาบ้านตัวนึง คงมีคนเอามาทิ้งเพราะหนวดกุดผิดปกติ ตอนที่เจอมันอยู่ในอาการสติแตก ร้องแม้วๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา ผมก็เลยเรียกมันว่าแม้ว…โดยไม่ได้คิดตั้งชื่อตามผู้ใด สาบานได้

แล้วผมก็พาแม้วกลับบ้าน ไม่รู้เลยว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ

ผมให้แมวสองตัวทำความรู้จักกัน ผมกลัวแม้วจะมีภัยเลยเข้าไปยืนกันท่าไว้ แม้วพยายามผูกมิตรเต็มที่ ส่วนกะบ้าเข้ามาดมๆ แล้วก็ทำหูลู่พองขนแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ แล้วหันมากัด…กัดผมครับ โทษฐานพากิ๊กใหม่เข้าบ้าน

นี่คือข้อดีนิดหน่อยของกะบ้า ไม่ทำร้ายแมวเด็ก

จากนั้นศึกชิงอาณาเขตก็เริ่มขึ้น ปกติผมปล่อยแมวให้เข้าออกได้ตามอัธยาศัย ถึงจะมีกะบะทรายให้ แต่โดยมากกะบ้าก็จะไปอึฉี่ข้างนอก แต่พอแมวสองตัวอยู่บ้านเดียวกัน ก็เริ่มเกทับโดยแย่งกันฉี่ในกะบะทราย จากนั้นก็ลามตามขอบผนัง ประตู และข้าวของต่างๆ นองอยู่ใต้เครื่องสแกนเนอร์บนโต๊ะทำงานก็มี ถึงกลิ่นจะฉุนน้อย แต่มากด้วยปริมาณครับ ทั้งสองตัวแย่งกันฉี่อย่างเอาเป็นเอาตาย ใครดีใครได้ ว่างั้นเหอะ

ตอนนั้นแม้วยังเด็กเกินกว่าจะทำมาร์คกิ้ง ยังฉี่แบบแมวเด็กอยู่ กะบ้าก็เป็นตัวเมีย แต่ผมเคยเห็นกับตาว่ากะบ้าทำมาร์คกิ้งได้ หลังจากดมๆ หาเป้าหมายได้แล้ว มันก็หันหลัง ยกหางตั้งตรง สั่นก้นเล็กน้อยตรงตามมาตรฐาน แต่แทนที่จะฉี่ปิ๊ดเดียว มันฉี่ปรี๊ด…ด…ด… เจิ่งเลยครับ

ถึงแม้วยังทำมาร์คกิ้งไม่เป็นแต่เล่นแรงกว่า ผมจับได้คาหนังคาเขาว่ามันอึบนที่นอนผม (ขอสารภาพว่าวินาทีนั้นผมอยากฆ่าแมวจริงๆ) ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก แม้วจึงถูกเนรเทศออกนอกบ้าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด นี่ผมก็ไม่ได้พาดพิงผู้ใดนะครับ เป็นเรื่องของแมวจริงๆ

กะบ้าจึงครอบครองอาณาจักรในบ้านเพียงผู้เดียว แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ ทุกเช้าพอเปิดประตูบ้าน กะบ้าจะวิ่งจี๋ออกไปฉี่ แต๋ฉี่อย่างเดียวไม่ได้ประโยชน์ ต้องขยายอาณาเขตด้วย มันก็เลยโดดขึ้นไปฉี่บนหลังคารถผม บางวันอึแถมอีกต่างหาก กลายเป็นนิสัย (เสีย) เรื่อยมา เพราะถึงแม้วไม่อยู่ ไม่นานก็มีครอบครัวแมวระเบียงมาแทน จนมันชักแก่โดดขึ้นหลังคารถไม่ไหวถึงเลิก

แล้วแม้วไปไหน ก็โดนผมจับไปทำหมันสิครับ แต่ไม่นานมันก็ฉี่ไม่ออก หมอบอกว่าท่อปัสสาวะตัน ต้องใส่ท่อสวน นอนสลบอยู่ร้านหมอสองคืน ผมลงทุนซื้อกรงกับแผ่น spets เตรียมให้มันนอนพักฟื้นหน้าบ้าน แต่พอมันแข็งแรงขึ้นก็หนีไปเลย

ผมเลยได้รู้ว่าแมวตัวผู้ถ้าทำหมันตั้งแต่อายุน้อยมีโอกาสท่อปัสสาวะตันได้ ง่าย (แต่ตอนพามันไปเจี๋ยนไม่เห็นหมอบอกงี้เลย) แมวตัวเมียไม่ค่อยเป็นเพราะท่อปัสสาวะสั้นกว่า แต่กะบ้าก็ไม่วายมีปัญหาเรื่องคุมกำเนิดอยู่ดี ไว้เล่าคราวหน้านะครับ

line

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน

Tags: , , , , ,

One Response to “ศึกชิงอาณาเขต”

  1. chinamon

    14 September 2009, 10:02 am

    จะรอฟังเรื่องคุมกำเนิดของกะบ้าตอนต่อไปนะคะคุณพ่อแมว

เชิญแสดงความคิดเห็นครับ

Free counter and web stats