5 November 2008ตูบซีเมนต์กลางป่าตึกที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่น
ตูบที่ผมได้อาศัยอยู่กับลูกและเมียนั้น เป็นตูบขนาดเล็กที่อยู่ในชุมชนตูบซึ่งเรียกกันว่าหมู่บ้านจัดสรร อยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปในก้อนซอยนับเป็นกิโลเมตร ผู้อาศัยที่ชุมชนตูบแห่งนี้ หากไม่มีรถยนต์ใช้เองก็ต้องอาศัยมอเตอร์ไซค์รับจ้างราคาเที่ยวละ 8 บาทในตอนกลางวัน หลังสามทุ่มไปจนถึงตีห้าราคา 10 บาท ถ้าไม่ใช้มอเตอร์ไซค์ก็ไปกับรถสองแถว ราคา 5 บาท
ผมอยู่ตูบแห่งนี้มา 15 ปีกว่าแล้ว เป็นตูบซีเมนต์ ล้อมรอบด้วยตูบซีเมนต์อื่นๆขนาดเดียวกันทั้งสี่ทิศ เมื่อยามเช้าในวันหยุด ผมชอบชงกาแฟออกมนั่งจิบที่ม้านั่งใต้ชายคาตูบ อ่านหนังสือพิมพ์ บางครั้งก็มีปลาท่องโก๋แกล้ม บางครั้งก็ขนมปังทาแยม หลายๆครั้งกินกาแฟเพียวๆ
ผมรักและผูกพันกับตูบซีเมนต์นี้ เพราะเป็นน้ำพักน้ำแรงของผมกับเมีย เป็นที่บังแดดบังฝนให้ลูกที่กำลังเติบโต ที่สำคัญ ลูกก็รักตูบหลังนี้ที่เขาเรียกว่าบ้าน ลองแหย่ๆถามดูว่าจะย้ายบ้านใหม่ ไปซื้อหลังใหม่ที่ดีกว่าเดิม เขาบอกว่า ไม่ไปเด็ดขาด จะอยู่บ้านหลังนี้ เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของเขา
ผมจึงดีใจที่ลูกรักบ้านของเขาหรือตูบของพ่อ ดีมาก ดีจริงๆ ที่สำคัญ ถ้าลูกเกิดเห็นดีเห็นงามอยากมีบ้านหลังใหญ่ใหม่เหมือนที่พ่อโม้ แล้วพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เพราะไม่มีปัญญาทำตามที่โม้แหลกให้ลูกฟัง
<<พ่อแมวกับเหล่าแมวน้อยที่เป็นหนุ่มสาวไปแล้ว
เมื่อลูกแสดงความรักความผูกพันที่เขามีต่อบ้านของเขาตูบของพ่อ ผมนึกถึงสมัยเด็กๆที่อาศัยอยู่ในตูบ หลังคามุงด้วยใบตองชาดที่พ่อเอามามัดติดกันเป็นแผ่นยาวๆ ฝาตูบก็กั้นด้วยใบตองชาดแบบเดียวกับที่มุงหลังคา พื้นบางส่วนปูด้วยฟากไม้ไผ่ เวลาเดินก็ยวบยาบดังออดแอด บางส่วนปูด้วยไม้กระดาน ค่อยดีหน่อยเพราะเดินได้ไม่อ่อนยวบ ไม่มีเสียงดัง พอหน้าฝนถ้าฝนตกหนักๆ หลังคาก็รั่ว ต้องหอบผ้าย้ายที่นอนกันจ้าละหวั่น
ผมอยู่ตูบหลังนี้จนอายุหลายขวบปี ผมรักตูบของผมมาก อยู่ในตูบแล้วรู้สึกเป็นสุขแบบเด็กๆ ตอนกลางคืนผมชอบนอนกับพ่อ ซุกใต้รักแร้พ่อ สูดกลิ่นอันหอมหวนจนหลับไปทุกคืน ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม กลิ่นรักแร้พ่อหอมที่สุดสำหรับเด็กน้อยวัยหกเจ็ดขวบ
เมื่อพ่อรื้อตูบย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ไม่ใช่ตูบ ผมไม่อยากไปเลย รักตูบ เสียดายตูบจนต้องร้องไห้เสียน้ำตาให้ตูบไปหลายวัน
อยู่บ้านหลังใหม่ถึงจะใหญ่กว่าเดิมและแข็งแรงกว่าตูบก็ไม่เหมือนอยู่ตูบ พื้นบ้านสูงจากพื้นมากเกินไป ต้องขึ้นบันใดหลายขั้น ไม่เหมือนอยู่ตูบที่พื้นสูงแค่หัวเอวของพ่อเป็นอย่างมาก ผมปีป่ายขึ้นลงได้อย่างสะดวก ที่สำคัญ ผมลงไปเล่นกับหมาของเราหลายตัวที่อยู่ข้างล่างได้ทุกเวลา แค่กระโดดตุ้บลงไปทีเดียวเท่านั้นก็ได้คลุกฝุ่นกับไอ้หมอก อีเทบ และลูกของมันแล้ว
ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ อยู่ตูบซีเมนต์กับลูกและเมีย เป็นตูบชั้นเดียวติดพื้นดิน ผมไม่ได้เลี้ยงหมาแต่เลี้ยงแมวแทน ขณะที่ผมนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ แมวน้อยบางตัวก็ขึ้นมาเล่นบนโต๊ะกับผม บางตัวก็วิ่งเล่นที่พื้นรอบๆตัวบ้าน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสนุกสนานตามประสาแมวเด็กๆ
บางครั้ง ผมคิดถึงพ่อ แม่ กับตูบของเราเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ลูกสาวผมเหมือนผมตอนเด็กๆอยู่หลายส่วน เช่น ชอบดมรักแร้พ่อ ไม่อยากย้ายบ้านไปไหน ชอบเล่นกับแมวเหมือนที่ผมเคยชอบเล่นกับหมา บางวันก็อุ้มลูกแมวไปนั่งเล่นบนเปล สนุกสนานทั้งคนทั้งแมว
ผมนึกถึงพ่อ เมื่อก่อนโน้น พ่อก็คงรู้สึกเหมือนผมตอนนี้ คือเป็นเจ้าของตูบที่มีความสุขท่ามกลางฝูงหมาและลูก เหมือนผมตอนนี้ ที่เป็นเจ้าของตูบซีเมนต์ที่มีความสุขท่ามกลางฝูงแมวและลูก
พลันผมก็รู้สึกเหมือนลูก ไม่อยากไปจากตูบหลังนี้เลยสักนิด ผมมีความสุขในตูบติดดินที่มีฝูงแมวน้อยวิ่งเล่นอยู่รอบๆ
ลูกของผมก็เล่นกับฝูงลูกแมว และเมียผมนั้นทำกับข้าวอร่อย
ถึงไปอยู่ตึกสูงใหญ่ขนาดไหน ก็คงไม่มีความสุขเหมือนอยู่ตูบติดดิน.
…….
ตูบ คือ กระท่อม,เพิงพัก (ภาษาอีสาน)
เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน
Tags: คนเลี้ยงแมว, ลูกแมว, แมว, แมวกับคน







มี้น้ำตาล
5 November 2008, 3:43 pm
แหมคนบ้านเดียวกันอิๆ
โกศล อนุสิม
5 November 2008, 7:48 pm
โอ้ ซำบายดี คนบ้านเดียวกัน
ดีใจอยู่นาน คนอ่านก็ลาว อิอิ