10 November 2008มาด้วยกัน ไปด้วยกัน

แม่เสือเป็นแมวสาวอีกตัวหนึ่งที่ชอบเดินทางผจญภัย ก่อนนี้แม่เสือก็เป็นแมวจรมาจากถิ่นอื่นมาอาศัยอยู่ที่บ้านแมวของเราจนเป็นขาประจำ เมื่อช่วงกลางปี 2547 แม่เสือออกจากบ้านไปผจญภัยอีก หายไปนานร่วมสาม-สี่เดือน นึกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่จู่ๆในวันหยุดวันหนึ่งเธอก็กลับมาร้องเหมียวๆอยู่ที่บริเวณศุนย์อาหารแมว เพื่อนแมวที่ยังอยู่บ้านต่างเข้ารุมล้อม ดมแลกกลิ่นกันฟุดฟิด บางตัวก็เอาสีข้างถูไถแม่เสือ บางตัวดูอยู่ห่างๆด้วยความสนใจ คงรอคิวที่จะเข้าไปทักทาย

“อ้าว แม่เสือ กลับบ้านแล้วเหรอ”

ผมได้ยินเสียงเลยชะโงกหน้าออกมาดู เห็นแมวมุงกันเป็นกลุ่ม เมื่อได้ยินเสียงแม่เสือหันหน้ามาร้องเหมียวตอบ เหมือนกับจะบอกว่า หนูมาแล้วค่ะ มาหาข้าวให้หนูกินเร็วๆสิ หิวจะแย่อยู่แล้ว

ผมร้องบอกลูกสาวว่าเจ้าเสือกลับมาแล้ว เพราะเธอจะถามหาแมวทุกตัวที่หายออกจากบ้าน กว่าจะเลิกถามก็หลายวัน จนแน่ใจว่าแมวตัวนั้นไม่กลับมาแล้ว

ผมเดินออกไปที่กลุ่มแมวมุง แม่เสือร้องเหมียวๆเอาตัวมาถูไถพันแข้งพันขา มองหน้าคนสลับกับถูกตัวไปมา ผมนั่งลงลูบหัวเกาคางให้

“หิวมาล่ะสิเรานี่ ไปอยู่ไหนมา รู้มั้ย น้องเขาถามหาแม่เสือทุกวันแน่ะ”

ผมตักอาหารเม็ดใส่ในชาม แม่เสือกินด้วยความหิว กินอาหารสลับกับเงยหน้าขึ้นมาร้องเหมียวๆเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง

“เออๆ รู้แล้วๆ กินซะ กินให้อิ่ม”

ผมยังลูบหัวเกาหลังให้แม่เสือ เอื้อมมือลงไปเกาคาง สังเกตเห็นท้องหย่อนๆจึงจับดู

“อ้าว เสือ มีลูกนี่ ลูกอยู่ไหนล่ะ ทำไมไม่พามาบ้านด้วย”

เสือร้องเหมียวๆ ตอบ

เมื่อกินอิ่มแล้ว ก็นั่งลงทำความสะอาดเนื้อตัว ตอนนี้แมวมุงทั้งหลายกลับไปนั่งเล่นนอนเล่นที่มุมของตัวแล้ว หลังจากแม่เสืออิ่มแล้วก็นอนลงบิดขี้เกียจบ้าง

“ถ้าอยู่ข้างนอกลำบากก็พาลูกมาอยู่ที่บ้านเรานะเสือนะ”

ผมลูบหัวแม่เสือ เกาคางให้สักพักหนึ่งก็กลับเข้าบ้าน ปล่อยให้แมวที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านพักผ่อนตามอัธยาศัย

แม่เสือไปๆมาๆระหว่างบ้านกับที่เลี้ยงลูกหลายวัน ในที่สุดก็พาลูกมาที่บ้าน เมื่อผมกลับมาถึงบ้านตอนค่ำวันหนึ่ง เจ้าลูกเหมียวหน้าตาบ๊องแบ๊ววิ่งหลบเข้าไปแอบอยู่ใต้แท้งค์น้ำ

“สงสัยเจ้าเสือพาลูกกลับมาบ้านแล้ว” ผมบอกลูกสาว

“ไหนล่ะพ่อ อยู่ไหน ไม่เห็นมี” ลูกสาวถาม

“โน่น หลบอยู่ใต้แท้งค์น้ำน่ะลูก เห็นไหม”

เจ้าตัวเล็กก้มลงมองตาม เห็นลูกแมวสามตัวเบียดกันเป็นก้อนอยู่ติดกับกำแพง เห็นแต่หน้าเล็กๆสามหน้า

“โอ้โห พ่อ มีตั้งสามตัวแน่ะ แต่ไม่เห็นเหมือนเจ้าเสือเลย”

“คงเหมือนพ่อเขามั้งลูก ลูกแมวก็เหมือนพ่อบ้าง เหมือนแม่บ้าง บางทีก็เหมือนทั้งพ่อทั้งแม่รวมกัน”

ลูกทั้งสามของแม่เสือสีขาวสลับดำ ไม่มีตัวไหนเหมือนแม่ ตอนที่มาถึงครั้งแรกอายุไม่น่าจะเกินสามเดือน ขนยังฟูๆอยู่ ต้องหาอาหารเหลวมาให้กิน เมื่อพอได้กินอิ่มก็โตอย่างพรวดพราด แค่เดือนกว่าๆก็ขนเรียบมันวับ

แม้ว่าจะคุ้นคนแต่ก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ แต่ก็ไม่ถึงกับกลัว พอจะจับก็วิ่งหนีอวดไข่ใบจิ๋วที่ก้นทั้งสามตัวดังนั้น จึงไม่มีโอกาสพาไปฉีดวัคซีนและให้ยาใดๆ แต่เจ้าหนุ่มทั้งสามก็ดูแข็งแรงดี ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อเหลา ขนเป็นมัน

แต่แล้วพอมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณเดือนที่สี่ เจ้าหนุ่มตัวหนึ่งป่วยขึ้นมา อาการหนักจนนอนซมอยู่กับที่ ยอมให้จับแต่โดยดี จึงรีบพาไปหาหมอเจ้าประจำ หมอรับไว้เป็นคนไข้ภายใน บอกว่าเป็นโรคหัดแมวขั้นร้ายแรง อาการหนักจนหมอก็ไม่กล้ารับประกันความปลอดภัย

“อาการขนาดนี้คงเป็นมาหลายวันแล้ว” หมอสันนิษฐาน “ต้องรักษาไปตามอาการ แต่เผื่อใจเอาไว้ด้วยนะพี่”

“ก็ขอให้หมอช่วยเขาอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน” ได้แต่บอกหมอไปอย่างนี้ “ถ้ายอมให้จับก็คงพามาให้วัคซีนตั้งแต่แรกแล้ว”

ในที่สุดก็เป็นไปตามที่หมอคาดการ วันต่อมาเจ้าหนุ่มก็จากไปโดยที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้เลย ลูกสาวผมบ่นเสียใจไปหลายวัน ทั้งยังเป็นห่วงสองตัวที่เหลืออีกว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า บอกให้พ่อพาไปฉีดวัคซีน

“เขาไม่ให้จับน่ะลูก ถ้าเขาให้จับก็พาไปหาหมอได้ แต่เขาไม่ให้จับพ่อก็พาไปหาหมอไม่ได้”

“พ่อพาไปหาหมอไม่ได้ พ่อก็ให้หมอมาหาที่บ้านเราสิ”

“ถึงหมอมาที่บ้านเราก็ฉีดไม่ได้หรอกลูก เพราะเขาไม่ให้จับตัวเลย”

“แล้วเขาจะตายไหมล่ะพ่อ”

“คงไม่หรอกลูก เห็นเขายังวิ่งกันอยู่เลย คงไม่เป็นอะไรมั้ง”

แต่สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นก็ไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อเจอเจ้าหนุ่มตัวหนึ่งนอนตายอยู่ในท่อระบายน้ำข้างโอ่งริมกำแพง หลังจากที่เห็นหายไปสองวัน หารอบๆบ้านแล้วไม่เจอ แล้วต่อมาอีกไม่กี่วัน เจ้าหนุ่มตัวสุดท้ายก็นอนสิ้นใจอยู่ข้างๆโอ่ง ตามพี่ๆหรือน้องๆไปอีกตัว โดยไม่มีโอกาสไปถึงมือหมอ

ผมได้แต่ต้องทำใจ คิดว่าเป็นธรรมดาของชีวิต มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราช่วยให้เขาได้มีอาหารกิน ได้เติบโต ได้ใช้ชีวิตในโลกอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็นับว่าได้สงเคราะห์เพื่อนร่วมโลกเต็มกำลังแล้ว หากเขามีบุญที่จะมีชีวิตต่อไป ก็คงไม่ต้องเจอกับโรคภัยจนต้องจบชีวิตแมวลงไปในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ผมทำบุญอุทิศส่วนกุศลและแผ่เมตตาให้ทั้งสามไปดี และขอบคุณที่มาอยู่ด้วย ให้มีโอกาสได้ดูแลซึ่งเป็นกุศลแก่เราในการที่ได้สงเคราะห์เพื่อนร่วมโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเดรัจฉาน

ไปดีเถอะ เจ้าหนุ่มทั้งสาม เวลามาก็มาด้วยกัน ถึงคราวไปก็ไปด้วยกัน คงผูกพันกันมายาวนานแล้วสินะ หรือบางที พวกเขาอาจเกิดมาใช้กรรมเก่าที่เหลืออยู่นิดๆหน่อยๆ พอตายแล้วอาจไปเสวยสุขบนสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งไปอีกนานแสนนาน.

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน

Tags: , , ,

เชิญแสดงความคิดเห็นครับ

Free counter and web stats