27 May 2008ฝุดฟุ่ง

 


ผู้อ่านเล่าเรื่อง  : เล่าโดย  สมภาร แก่นลาด
………………………………………………….

เมื่อปี 2549 ได้ลูกแมวมาเลี้ยงตัวหนึ่ง อายุซัก 2 เดือน ตัวผอมๆสีเหลือง หางงอ ขี้ตากรัง แววตาแห้งแล้งน่าสงสาร คนเอามาให้บอกว่ามันหลุดจากถุงปุ๋ยก้นขาดที่เจ้าของเขาใส่ครอบครัวแมวไปโผด (เอาไปปล่อยทิ้ง) จึงเรียกชื่อมันว่า “ไอ้ขี้ตา”

ไอ้ขี้ตามีนิสัยหวงของกินอย่างมากคงเป็นเพราะอดอยากมาก่อน เวลาให้ปลาตาแกจะรีบตะปบไว้ในอุ้งมือ ทำเล็บกางๆโอบไว้ ทำตาขวางมองซ้ายขวา ขู่ฮื่อๆ ทั้งที่อยู่ตัวคนเดียว ดูแล้วทั้งขำทั้งหมั่นไส้ ถ้าชิ้นใหญ่หน่อยคาบเดินไม่ไหวก็ลากถอยหลังไปนั่งกินใต้เก้าอี้อย่างหวาดระแวง

ผ่านไปสักเดือนหนึ่ง ไอ้ขี้ตาโตขึ้น อ้วนกลม ขนฟูน่ารัก กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆแถวบ้าน นิสัยเดิมหายไปเกือบหมด ไม่หวงของแล้ว ได้นิสัยใหม่มาแทนคือชอบตด ที่รู้เพราะเวลาเล่นด้วย ถ้าจับยกสูงหรือนอนหงายขยำพุงจะได้กลิ่นปลาทูแรงๆโชยมาเลย บางทีมีเสียง”ฝูด”แถมมาด้วย

เออ แมวนี่ก็ตดเก่งนะ พี่แกปล่อยตามสบายไม่มีกั๊กเลย

ขี้ตาจึงได้ชื่อใหม่ ตั้งให้ว่า”ฝุดฟุ่ง” แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ เอามาจากชื่อแมวของคุณจุลินทร์ ศรีสะอาด ในหนังสือเล่มโปรดเรื่อง “คูณดอกสุดท้าย” ถ้าคนถามก็บอกว่าแปลว่า “แมวอุ่น” เพราะฝุดฟุ่งเป็นแมวที่เด็กๆแย่งกันกอดนอนในหน้าหนาว

ฝุดฟุ่งถูกรถทับตายเมื่อกำลังจะเป็นหนุ่ม กว่าจะเจอก็ตัวเย็นชืดเสียแล้ว นับเป็นวันที่เศร้ามากวันหนึ่ง แต่พยายามทำหน้าเหมือนว่าช่างมันเถอะคงเป็นบุพกรรมของมัน

แมวที่เลี้ยงตัวต่อมาก็ตั้งชื่อฝุดฟุ่งอีกให้เหมือนว่าฝุดฟุ่ง(1) ยังอยู่.

…………………..

เกี่ยวกับผู้เขียน:
สมภาร แก่นลาด เป็นคนอีสานร้อยเปอร์เซ็น์ต์ทั้งร่างกายจิตใจ ทำมาหากินอยู่มัญจาคีรี ขอนแก่น ภูมิใจในความเป็นอีสาน ชอบเลี้ยงแมวพอๆกับชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะประเภทวรรณกรรมที่เขียนโดยคนอีสาน เขียนเรื่องขึ้นมาเพื่อเล่าสู่กันฟัง ตามประสาคนรักแมว

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน

Tags: , ,

เชิญแสดงความคิดเห็นครับ

Free counter and web stats