10 November 2008บ้านของแมว ๔ : ลูกรักลูกชัง

แม่อ้วนพี่น้องครอกเดียวกันอีกสองตัว สีน้ำตาลเข้มเหมือนกัน สวมถุงเท้าสีขาวเหมือนกัน ต่างกันตรงที่แม่อ้วนมีแถบสีขาวจากบริเวณใต้คางไปจนถึงท้อง อีกตัวปากด้านบนบริเวณจมูกสีขาว ตัวนี้ได้ชื่อว่าเจ้าหน้าด่าง อีกตัวหนึ่งสีน้ำตาลเข้มทั้งตัว มีสีขาวตรงเท้าเท่านั้น ยังไม่ทันจะตั้งชื่อก็หายไปตอนอายุสักสามสี่เดือน

หน้าด่างเป็นแมวเพศผู้ อยู่กับแม่พร้อมเจ้าตัวสีเข้ม ทั้งสามตัวแม่ลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน ลูกจะคลอเคลียอยู่กับแม่ไม่ห่าง พอตัวสีเข้มหายไป เจ้าหน้าด่างก็ยังอยู่กับแม่เหมือนเดิม

แรกๆตอนให้ข้าวแม่อ้วน เจ้าหน้าด่างจะมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ พอแม่อ้วนกินไปได้สักพักก็เดินเลี่ยงออกมา เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าด่างเข้าไปกินบ้าง พอไปไล่เจ้าหน้าด่างแล้วจับแม่อ้วนไปวางไว้ที่จานข้าว แม่อ้วนก็ไม่ยอมกินต่อ ต้องปล่อยให้หน้าด่างกินจนหมด บางครั้งก็มีตัวแม่มาช่วยจัดการด้วย พอเป็นแบบนี้บ่อยๆคนเลี้ยงก็สงสัย
“เขาคงแบ่งให้พี่เขากินด้วย” ภรรยาสันนิษฐาน “พี่หรือน้องก็ไม่รู้นะ แต่แม่อ้วนท่าทางเป็นแมวใจดี”

“ท่าจะยังไม่อิ่มนะนั่น กินนิดเดียวเอง” สามีตั้งข้อสังเกต “จะลองคลุกมาให้อีกไหม”

“ลองดูก็ดี”

สามีไปคลุกข้าวมาให้อีก แม่อ้วนกำลังทำความสะอาดเนื้อตัวอยู่ใกล้ๆ พอเห็นคนยกจานข้าวมาวางก็เดินเข้ามาหา พอดมดูรู้ว่าเป็นอาหารก็กินต่อ ตั้งแต่บัดนั้นจึงต้องคลุกข้าวให้คนละจาน แม่อ้วนไม่ต้องแบ่ง เจ้าหน้าด่างไม่ต้องแย่ง ต่อมาเพิ่มเป็นอีกจานให้ตัวแม่ด้วย

ลูกแมววัยสองสามเดือนกำลังซน ชอบปีนป่ายต้นไม้ ไล่ปล้ำกัน เป็นการฝึกฝนเตรียมพร้อมตามธรรมชาติ เห็นอะไรเคลื่อนไหวมักกระโจนเข้าใส่ทันที แมลงสาบ จิ้งจกจึงกลายเป็นเป้าให้ฝึกฝนความเป็นนักล่า ต้นกล้วย ต้นมะม่วง ขาโต๊ะ ตู้เตียง และทุกอย่างที่เป็นไม้กลายเป็นที่ลับเล็บ ตอนเย็นๆ ค่ำๆชอบวิ่งไล่เล่นกันไปรอบบ้าน ปีนป่ายตามต้นกล้วย บางครั้งได้ยินเสียงร้อง คงเป็นเพราะเล่นกันแรงไปหน่อย

เมื่อเล่นกันเหนื่อยจนหิว เจ้าหน้าด่างเข้าไปซุกดูดนมแม่ ส่วนแม่อ้วนนอนมองอยู่ห่างๆ ท่าทางคงอยากจะทำแบบนั้นบ้าง บางครั้งดูเหมือนหน้าตาเศร้าซึม เป็นแมวที่โดดเดี่ยวและขี้เหงา

“คุณนะชอบคิดแทนแมวอยู่เรื่อย” ภรรยาว่าเมื่อสามีพูดเรื่องนี้ให้ฟัง “ทำยังกะว่าเป็นแมวเสียเอง”

“ก็มันเป็นแบบนี้จริงๆนี่นา” สามียืนยัน “ดูสินั่น ดูท่าทางแม่อ้วนซิ หงอยจริงๆ”

แม่อ้วนนอนเอาคางเกยเท้าอยู่ตรงโคนมะม่วงซึ่งเป็นที่ประจำ มองดูเจ้าหน้าด่างกำลังดูดนมแม่อยู่ใกล้ๆโอ่งน้ำ นอนนิ่งมองอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน เมื่อสองตัวนั้นลุกขึ้นเดิน คุณยังอ้วนมองตาม

“เจ้าหน้าด่างคงเป็นลูกรักของแม่” สามีพูดขึ้น “ถึงได้ติดแจอย่างนั้น แม่อ้วนคงเป็นลูกชัง ถึงได้ทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก”

“ว่าเป็นตุเป็นตะเชียว” ภรรยาพูดยิ้มๆ

เมื่อเจ้าหน้าด่างกับแม่เดินออกนอกบริเวณบ้าน แม่อ้วนมองตามอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงเดินช้าๆเข้าไปในบ้าน ยึดมุมใดมุมหนึ่งเป็นที่นอน

ทางด้านเจ้าหน้าด่าง แรกๆไม่ยอมให้คนเข้าใกล้ คนให้ข้าวเดินเข้าไปหาเป็นวิ่งหนีทุกครั้ง เมื่อคลุกข้าวให้กินทุกวันๆนานเข้าก็เริ่มไว้ใจ เดินเข้าไปนั่งดูใกล้ๆได้แต่ไม่ให้จับ ท่าทางระแวง ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ถ้าเข้าใกล้เกินไปเป็นต้องวิ่งหนีทุกที ล่วงไปหลายเดือนจึงไว้ใจให้จับเนื้อต้องตัวได้ ผ่านไปอีกช่วงระยะหนึ่งจึงไว้ใจได้สนิท ยอมให้อุ้มให้เกาคาง พอเจอหน้าก็ร้องเหมียวๆ เคล้าแข้งเคล้าขา

ในที่สุดฐานะของเจ้าหน้าด่างกลายเป็นแมวเลี้ยงอีกตัวหนึ่ง ที่พิเศษกว่าแม่อ้วนก็คืออยู่ได้ทั้งกับแม่และคน แต่มีบางอย่างที่เจ้าหน้าด่างทำไม่ได้เหมือนแม่อ้วน นั่นคืออาศัยอยู่ในบ้าน

มีอยู่บ่อยที่เจ้าหน้าด่างมานั่งมองแม่อ้วนตรงประตูบ้าน แม่อ้วนนอนหลับสบายหงายท้องแยกเขี้ยวอยู่บนเบาะข้างตู้ ท่าทางเจ้าหน้าด่างอยากเข้ามาในบ้านแต่ไม่กล้า บางครั้งแมวสองพี่น้องนั่งจ้องหน้ากันตรงประตู ตัวหนึ่งอยู่ข้างนอกอีกตัวอยู่ข้างในโดยมีกระจกกั้นกลาง บางทีก็เอาเท้าข่วนหน้าหยอกล้อกันผ่านกระจกกั้น

เพื่อนมาที่บ้านเห็นแมวสองตัวหน้าตาคล้ายกัน เห็นตัวหนึ่งอยู่ในบ้านแต่อีกตัวอยู่นอกบ้านก็สงสัย พอรู้ความจริงเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า

“ไอ้ตัวนี้ลูกรักใช่ไหมล่ะ” หมายถึงแม่อ้วนที่นอนสบายอกสบายใจในบ้าน “ส่วนไอ้ตัวข้างนอกคงเป็นลูกชัง”

ถึงคนจะว่าอย่างไร เจ้าแมวเหมียวทั้งสองพี่น้องยังคงออกไปวิ่งไล่ปล้ำและหยอกล้อกันอยู่เช่นเดิม

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน

Tags: , , , , ,

เชิญแสดงความคิดเห็นครับ

Free counter and web stats