10 November 2008บ้านของแมว ๒ : แมวนักซิ่ง
คนตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่ง บางวันเกือบหกโมงเช้า จัดการเรื่องต่างๆจนเรียบร้อยจึงออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง หลังจากแม่อ้วนมาอยู่ด้วยก็มีกิจกรรมพิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือปิ้งปลาทูคลุกเข้าให้กิน ก่อนออกจากบ้านต้องเทนมใส่จาน ตักน้ำใส่ถ้วยวางไว้ใต้ต้นมะม่วง คลุกข้าวใส่จานวางไว้ใกล้ๆอีกหนึ่งจาน เผื่อหิวขึ้นมาแม่อ้วนจะได้กิน
ปลาทูปิ้งด้วยเตาปิ้งไฟฟ้า เตาที่ว่านี้ภรรยาซื้อมาไว้ปิ้งขนมปังกินกับกาแฟ นอกจากนี้ยังปิ้งย่างอาหารอื่นได้อีก แต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็ถูกยึดไปปิ้งปลาทูเสียก่อน ทอดให้ก็ไม่กิน ชอบแบบปิ้งอย่างเดียว สามียืนยันกับภรรยาว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะปลาทูปิ้งกลิ่นหอมน่ากินและอร่อยกว่า ซึ่งได้ทดสอบมาแล้วด้วยตนเอง
“ทดสอบยังไง” ภรรยาสงสัย
“ก็จิ๊กปลาทูแม่อ้วนมาคลุกข้าวแล้วลองกินดู แบบปิ้งมันคลุกเคล้าเข้ากันได้ดี หอม อร่อย ไม่เสียรสปลาทู” สามีพูดไปเรื่อย ท่าทางภูมิอกภูมิใจในผลทดสอบคุณภาพปลาทูของตน โดยไม่สนใจภรรยาที่ทำหน้าเบ้ฟังอยู่ “แบบทอดมันแฉะ หอมสู้ไม่ได้ เหลือรสปลาทูไม่เต็มร้อย”
“ไม่น่าถึงได้เปลืองปลาทู” ภรรยามองหน้าสามีแบบอยากจะเอาเรื่อง “ที่แท้คนแย่งแมวกิน”
ด้วยเหตุที่คนรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ร่วมกับแมว เตาปิ้งใบนั้นจึงกลายเป็นสมบัติของแมวไปโดยปริยาย
ทั้งนม ข้าว น้ำ ที่จัดแจงไว้ให้นั้น จริงแล้วแม่อ้วนกินไม่หมดหรอก พี่น้องร่วมครอก รวมทั้งแมวตัวอื่นๆมาช่วยจัดการจนเกลี้ยง หรือบางทีแม่อ้วนอาจจะไม่ได้กินสักคำ สังเกตได้จากตอนเย็น พอคลุกข้าวให้ก็กินอย่างหิวโหยทุกทีไป
พออายุได้สักสองสามเดือน เริ่มมีนิสัยช่างสงสัยตามประสาแมวๆ ออกสำรวจทุกซอกทุกมุมภายในบ้าน โดยเฉพาะมุมอับๆแคบๆนั้นชอบนัก เป็นต้นว่าพอคนเปิดตู้เสื้อผ้าก็มักจะกระโดดเข้าไปดูและดมแทบทุกครั้ง ออกนอกตัวบ้านก็ดมโน่นดมนี่ไปตามเรื่อง อีกที่หนึ่งที่ชอบนักชอบหนาก็คือห้องเครื่องรถ เข้าไปนอนหลับอยู่ในนั้นทั้งคืน พอถึงตอนเช้าได้ยินเสียงเคาะชามเรียกกินข้าวจึงค่อยย่องออกมา
“ระวังเถอะ แม่อ้วนเอ๊ย ซักวันคงได้โดนพัดลมรถฟาดเอาหรอก” สามีพูดขึ้น แต่ดูเหมือนแม่อ้วนจะไม่สนใจ
มีอยู่บ่อยๆที่เปิดกระโปรงรถแล้วเห็นแม่อ้วนพร้อมกับพี่น้องร่วมครอกอีกสองตัว ยึดคนละมุมนอนหลับสบาย พอเขย่าปลุกสองตัวนั้นรีบกระโดดหนีเพราะตกใจกลัว ส่วนแม่อ้วนมองหน้าทำท่าทางรำคาญใจที่ถูกรบกวน ต้องอุ้มลงมาวางไว้ที่พื้น บิดขี้เกียจพร้อมกับหาว ทำท่าจะมุดกลับเข้าไปอีก
ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เมื่อขยับรถออกไปจอดในซอยแล้วลงมาปิดประตูรั้ว แม่อ้วนจะออกมานั่งมอง บางครั้งก็ใช้สองขาหน้าเกาะประตูรั้ว เห็นหน้าสีน้ำตาลเข้ม คางสีขาว เท้าสีขาว ตัดกับประตูเหล็กสีเทา
“แม่อ้วนมาส่งเราแน่ะ” ภรรยาบอกสามี แล้วหันไปพูดกับแมว “อยู่บ้านนะอ้วน อย่าไปเที่ยวเกเรที่ไหนล่ะ อย่าออกไปถนนใหญ่นะเดียวรถทับเอา
คนกลับถึงบ้านตอนเย็นหลังตะวันตกดินไปแล้ว ซอยนี้ก็เหมือนกับหมู่บ้านจัดสรรส่วนมากคือแคบจนรถสวนทางกันไม่ได้ ยังดีที่ไม่ลึกมาก จากถนนใหญ่กลางหมู่บ้านเข้าไปถึงสุดซอยยาวประมาณร้อยเมตร มีบ้านทั้งหมดฝั่งละห้าหลัง บ้านของคนเลี้ยงแมวหลังที่สาม อยู่ตรงกลางพอดี
ทุกวันต้องถอยรถจากปากซอยเข้าบ้าน ในซอยแสงไฟว่าง มองกระจกส่องหลังเห็นแม่อ้วนนั่งรออยู่กลางซอยตรงหน้าบ้านหลังที่สอง พอรถจอด ภรรยาเปิดประตูรถเพื่อลงไปเปิดประตูรั้ว แม่อ้วนก็กระโดดขึ้นมาทันที
ลำดับแรกคือลับเล็บกับพรมพลาสติกตรงที่วางเท้า เสียงดังแกรกกรากสี่ห้าครั้งเป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นก็กระโดดขึ้นบนเบาะ แล้วกระโดดไปที่เบาะหลัง เอาเท้าเกาะพนักพิงมองผ่านกระจกออกไปข้างนอกขณะรถกำลังถอยเข้าบ้าน
“ดูหลังให้หน่อยนะอ้วน อย่าให้ชน” คนขับพูดด้วยความสนุก คิดเอาว่าแม่อ้วนกำลังดูหลังบอกทางให้ถอยรถ “เกาะไว้ดีๆล่ะ ระวังจะร่วงลงมานะ”
พอเข้าบ้านรถจอดเสร็จสรรพ แม่อ้วนยังไม่ยอมลงจากรถ รถคันนี้เป็นรถแบบสเตชั่นวากอน พื้นที่ของห้องโดยสารช่วงท้ายกว้างขวาง เจ้าของซึ่งทำงานเกี่ยวกับหนังสือและสิ่งพิมพ์ รวมทั้งเขียนหนังสือด้วย มักโยนหนังสือพิมพ์เก่า พ็อกเก็ตบุค และของอื่นๆอีกหลายอย่างไว้ด้านหลังรถ มันจึงกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ให้แม่อ้วนสำรวจอยู่ทุกๆวัน
ทุกครั้งที่ได้กระโดดขึ้นมาบนรถ ท่าทางจะลิงโลดดีใจ บางครั้งส่งเสียงครางหงิงๆ ตีหางกับเบาะดังตุบๆ บางวันก็กระโดดกลับไปกลับมาระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลัง
บางวันมีเหตุจำเป็นทำให้สามีไม่ได้ไปทำงาน แต่ต้องไปส่งภรรยาขึ้นรถบริษัทที่หน้าห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากบ้านนัก จึงลองพาแม่อ้วนติดรถไปด้วย ครั้งแรกท่าทางตื่นๆ แต่ครั้งต่อๆมาเฝ้ามองออกไปนอกรถตลอดทาง เปลี่ยนจากเกาะหน้าต่างด้านซ้ายไปด้านขวา ด้านหน้า ด้านหลัง ขนตั้ง หางชี้ชัน
“ชอบซิ่งเหรอแม่อ้วน” คนขับรถชอบถาม แต่แมวไม่ตอบ ยังคงมองออกไปดูความเคลื่อนไหวภายนอกรถด้วยความสนใจ “อยากจะขับดูไหมล่ะ มา มานั่งบนตักนี่มา จะสอนให้”
แมวหันมามองคนขับแล้วก็มองออกไปนอกรถ เหมือนจะบอกว่า ขับให้โง่เหรอ ถ้าขับรถก็อดดูวิวสวยๆสองข้างทางน่ะสิ ป๋าขับน่ะเจ๋งแล้ว
ดังนั้นตอนเช้าของบางวัน ถ้าใครสักคนที่ขับรถอยู่บนท้องถนนช่างสังเกต จะพบว่ารถคันหนึ่งที่วิ่งแซงขึ้นไป คนขับขับรถด้วยอารมณ์แช่มชื่น โดยมีแมวตัวหนึ่งโผล่หัวขึ้นมาชมทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างรถยนต์
ถึงแม้แม่อ้วนจะชอบนั่งรถ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกครั้งไป มีอยู่กรณีหนึ่งที่แม่อ้วนไม่ชอบนั่งรถ นั่นคือตอนไปหาหมอ พอใกล้จะถึงร้านหมอเป็นต้องลุกขึ้นมาตะกุยตะกายทุกที คงรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าจะต้องเจ็บตัวไม่มากก็น้อย ดังนั่นจึงร้องโวยวาย ตะกุยตะกายเหมือนอยากจะกระโดดลงจากรถเสียเดียวนั้น หลังจากถูกหมอเอาปรอทเสียบก้น ฉีดยาแล้วจึงสงบ
“เป็นไงนักซิ่ง ทำไมเงียบไปล่ะ” คนขับเอื้อมมือไปลูบหัวสีน้ำตาลแก่ตอนขากลับ
“อย่ายุ่งกับเขาเชียว” ภรรยาบอก มองดูแม่อ้วนที่นอนอยู่บนตัก “ท่าทางจะงอน”
แม่อ้วนไม่สนใจว่าคนจะพูดอะไร นอนหลับตานิ่งเงียบจนถึงบ้าน.

เรื่องอื่นๆในหมวดเดียวกัน
Tags: นวนิยายแมว, บ้านของแมว, สัตว์เลี้ยง, เลี้ยงแมว, แมว, โกศล อนุสิม






